สถานการณ์น้ำในเขื่อนอุบลรัตน์พบว่า ปริมาณน้ำใช้การได้จริงเพียงร้อยละ 5 ส่งผลกระทบต่อการเกษตร ขณะที่ยโสธร เร่งขุดลอกกลางแม่น้ำชี หลังปริมาณน้ำเเห้งขอด เพื่อเปิดทางให้น้ำไหลเชื่อมกันตลอดสาย
หลังจากปริมาณน้ำในแม่น้ำชีเริ่มแห้งขอดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภัยแล้ง จนทำให้ในช่วงที่น้ำไหลผ่านจังหวัดยโสธรหลายจุดแห้งขอดเหลือแต่พื้นทรายเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตรโดยเฉพาะบริเวณด้านหลังวัดท่าข้าม บ้านหนองยาง ตำบลหัวเมือง อำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร สามารถมองเห็นพื้นทรายเป็นระยะทางกว่า 2กิโลเมตร ทำให้ชาวบ้านหวั่นเกรงว่าอาจจะได้รับผลกระทบต่อการสูบน้ำไปใช้อุปโภคบริโภค และการเกษตร
ล่าสุดโครงการชลประทานยโสธร ประสานขอรับการสนับสนุนเครื่องจักรจากสำนักชลประทานที่ 7 อุบลราชธานี นำรถแบ็กโฮขุดลอกในแม่น้ำชีบริเวณด้านหลังวัดท่าข้าม เพื่อเปิดทางให้น้ำได้ไหลเชื่อมกันตลอดสาย ซึ่งการขุดลอกครั้งนี้มีแผนขุดลึกประมาณ 1.50 เมตร และกว้าง 4 เมตร เป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 800 เมตร
ขณะที่นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประธานในพิธีเปิดปฏิบัติการฝนหลวงสู้ภัยแล้งประจำปี 2562 สนามบินนครสวรรค์ พร้อมเผยว่าสถานการณ์ภัยแล้งในปี มีแนวโน้มทวีความรุนแรง ทั้งในเรื่องการขาดแคลนน้ำในพื้นที่การเกษตรอ่างเก็บน้ำต่างๆ โดยกรมฝนหลวงและการบินเกษตร มีแผนงานในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ซึ่งตั้งแต่วันนี้- 31 ตุลาคม 2562 ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงประจำ 5 ภูมิภาค ดำเนินการจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน 12 หน่วยปฏิบัติการ เพื่อปฏิบัติหน้าที่ครอบคลุม 25 ลุ่มน้ำหลัก 77 จังหวัด ทั่วประเทศ
ทั้งนี้ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) รายงานสถานการณ์น้ำที่มีความจุน้อยตามเขื่อนต่างๆ ภาคอีสาน พบว่า เขื่อนอุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น มีปริมาณน้ำ 692 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 28) ใช้การได้จริงเพียงร้อยละ 5 ส่วนเขื่อนลำนางรอง จ.บุรีรัมย์ พบว่า มีปริมาณน้ำ 38 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 31) และใช้การได้จริงร้อยละ 28
ต่อกันที่เขื่อนห้วยหลวง จ.อุดรธานี มีปริมาณน้ำ 45 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 33) ใช้การได้จริงร้อยละ 28 และเขื่อนลำพระเพลิง จ.นครราชสีมา มีปริมาณน้ำ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร (ร้อยละ 39) ซึ่งมีน้ำใช้ได้จริงร้อยละ 38 เท่านั้น
ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่า สภาพอากาศวันนี้ ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนโดยทั่วไป และมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑล อากาศร้อนในตอนกลางวัน มีฝนเล็กน้อยบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-37 องศาเซลเซียส