ปิดทางตาย!! รณรงค์ป้อง “เด็กจมน้ำ” ปิดเทอมหน้าร้อน

สถิติเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุด มีนาคม – พฤษภาคมปีที่ผ่าน มาพบ 231 คน ส่วนใหญ่เสียชีวิตเป็นกลุ่มตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เล่นน้ำกันตามลำพัง สธ. จัดแคมเปญรวมรณรงค์ “บ้านเริ่ม ชุมชนร่วม ป้องกันเด็กจมน้ำ” ปิดเทอม ฤดูร้อน

นพ.สุขุม  กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผยว่า กระทรวงสาธารณสุข กำหนดให้วันเสาร์แรกของเดือนมีนาคมของทุกปีเป็นวันรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำ ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเสียชีวิตสูงเป็นอันดับหนึ่ง มากกว่าโรคติดเชื้อและไม่ติดเชื้อ ในรอบ 10 ปีพบว่าเด็กจมน้ำเสียชีวิตเฉลี่ยสูงถึงปีละ 904 คน หรือวันละ 2.5 คน ช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนมีเด็กจมน้ำเสียชีวิตสูงสุดทุกปี โดยเดือนมีนาคม – พฤษภาคมปีที่ผ่านมามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตถึง 231 คน คิดเป็นร้อยละ 34 ของเด็กที่จมน้ำตลอดทั้งปี เกือบครึ่งหนึ่งของเหตุการณ์พบว่าเป็นการชวนกันไปเล่นน้ำเป็นกลุ่มตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ส่วนใหญ่ขาดทักษะการเอาชีวิตรอดในน้ำและไม่รู้วิธีการช่วยเหลือที่ถูกต้อง แหล่งน้ำที่เด็กจมน้ำมากที่สุดคือแหล่งน้ำตามธรรมชาติ  ได้ให้ทุกจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีลงร้อยละ 50 ภายในปี 2564 หรือจำนวนการเสียชีวิตต้องไม่เกิน 360 คน

 

“ขอแนะนำประชาชนดูแลเด็กเล็กอย่างใกล้ชิด พื้นที่เล่นต้องปลอดภัย มีคอกกั้น ส่วนเด็กโตสอนให้ยึดหลัก “ตกน้ำ อย่าตกใจ ตั้งสติ ลอยตัวไว้” การช่วยเพื่อนที่ตกน้ำ ให้ใช้ หลัก “ตะโกน โยน ยื่น” อย่าลงไปในน้ำเพราะอาจจมน้ำพร้อมกันได้”

นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า การช่วยคนจมน้ำขอให้ใช้มาตรการ “ตะโกน โยน ยื่น” โดย ตะโกน เรียกให้ผู้ใหญ่มาช่วยโยนอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวเพื่อช่วยคนตกน้ำเกาะจับพยุงตัว เช่น ถังแกลลอนพลาสติกเปล่า หรือวัสดุที่ลอยน้ำได้โดยโยนครั้งละหลายๆ ชิ้น และยื่นอุปกรณ์ที่อยู่ใกล้ตัวให้คนตกน้ำจับ เช่น ไม้ เสื้อ ผ้าขาวม้า ให้คนตกน้ำจับและดึงขึ้นมาจากน้ำ หลังจากช่วยคนจมน้ำขึ้นมาจากน้ำกรณีไม่หายใจให้รีบทำการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) โดยเป่าปากและกดหน้าอก ทั้งนี้เน้นย้ำห้ามจับคนจมน้ำอุ้มพาดบ่าหรือกระแทกเอาน้ำออก เนื่องจากเป็นวิธีการช่วยเหลือที่ผิด และรีบโทรแจ้งทีมแพทย์กู้ชีพ 1669