สอบถามถึงจุดยืนทางการเมืองช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 21.5 สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 16.1 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.4 เป็นพลังเงียบ
ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนามเรื่อง จับคู่เหตุผลผู้เสนอตัวนายกรัฐมนตรี จำนวนทั้งสิ้น 3,572 ตัวอย่าง โดยดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์-8 มีนาคม พ.ศ.2562 ที่ผ่านมา สอบถามถึงจุดยืนทางการเมืองช่วงก่อนโค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง พบว่า ร้อยละ 21.5 สนับสนุนรัฐบาล ในขณะที่ร้อยละ 16.1 ไม่สนับสนุนรัฐบาล และส่วนใหญ่หรือร้อยละ 62.4 เป็นพลังเงียบ
ที่น่าสนใจคือ การจับคู่เหตุผล ตัวตน ผู้เสนอตัวเป็นนายกรัฐมนตรี พบว่า อันดับแรกร้อยละ 22.2 ได้แก่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อายุ 50 ต้น ๆ คนส่วนใญ่เห็นว่าเป็นนักธุรกิจ เคยเป็นผู้บริหารประเทศระดับสูง เก่งแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ใช่คู่ขัดแย้งของใคร จิตใจดีมีน้ำใจช่วยเหลือผู้อื่น รองลงมาคือ ร้อยละ 19.4 ได้แก่ นาย ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อายุประมาณ 40 ปี อดีตนักธุรกิจ เป็นนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ร้อยละ 9.1 ได้แก่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อายุ 50 กว่าปี อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง ยึดหลักการ แก้ปัญหามากมาย
นอกจากนี้ ร้อยละ 8.7 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อายุกว่า 60 ปี เป็นผู้บริหารประเทศระดับสูง แก้ปัญหามากมาย ร้อยละ 5.8 คุณหญิง สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ อายุเกือบ 60 ปี อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านสุขภาพ แก้ปัญหามากมาย ร้อยละ 3.0 ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ อายุ 50 ปีต้น ๆ อดีตผู้บริหารประเทศระดับสูง เด่นด้านคมนาคม ร้อยละ 2.5 ได้แก่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส อายุประมาณ 70 ปี มีผลงานมากมาย เป็นต้น
พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ที่นายอนุทิน ได้คะแนนมาเป็นอันดับหนึ่ง เรื่องการจับคู่เหตุผล ตัวตน ของผู้เสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี ตามผลวิจัยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล
เป็นสิ่งสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของประชาชน ที่เห็นว่า นายอนุทิน เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จมากมาย มีสถานะเป็นนักบริหารที่มีความเก่งมีความสามารถที่จะเข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจได้ และโดยบุคลิกส่วนตัวเป็นที่มีจิตใจดีชอบการช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือผู้อื่น ที่สำคัญคือภาพการทำงานการเมืองที่ชัดเจนคือ การไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร มีความเป็นกลางทางการเมือง เน้นเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องให้ประชาชนเป็นสำคัญ
และสะท้อนให้เห็นว่า แนวทางการทำงานของพรรคฯ เป็นสิ่งที่ประชาชนให้การยอมรับ ทั้งในโยบายและตัวบุคคล นอกจากนี้ ช่วงที่ผ่านมาพรรคภูมิใจไทยได้ลงพื้นที่อย่างหนัก จึงเห็นผลสะท้อนออกมาที่โพล