ฝุ่นพิษภาคเหนือยังวิกฤติหนัก เชียงรายค่าPM2.5 พุ่งทะลุค่ามาตรฐานกว่า 267 โดยมีสาเหตุหลักจากการเผาป่า จนผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายต้องเรียกประชุมด่วนหาทางแก้ไข ขณะที่จิสด้าเผยตัวเลขน่าตกใจ พบจุดความร้อนจากการเผาป่าทั่วภาคเหนือกว่า 3088 จุด
ความคืบหน้าสถานการณ์ฝุ่นละอองพิษภาคเหนือ วานนี้( 1 เม.ย.) โดยกรมควบคุมมลพิษ พบว่า ฝุ่นพิษในภาคเหนือยังคงวิกฤตหนัก โดยพื้นที่จังหวัดเชียงรายมีค่า PM2.5 พุ่งสูงถึง 267 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีปัจจัยหลักเกิดจากปัญหาการลอบเผาป่าที่ยังพบอย่างต่อเนื่อง
ขณะเดียวกัน ยังมีการเปิดเผยจากข้อมูลดาวเทียมระบบ VIIRS ผ่านทางเว็บไซต์ Gistda ของวันที่ 1 เมษายน แสดงให้เห็นการตรวจจับความร้อนในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งตรวจพบจุดความร้อน Hotspot เป็นจำนวน 3,088 จุด โดยค่าความร้อนในแต่ละพื้นที่สามารถแบ่งออกได้ ดังนี้
1. แม่ฮ่องสอน จำนวน 981 จุด
2. เชียงใหม่ จำนวน 615 จุด
3. เชียงราย จำนวน 370 จุด
4. ลำปาง จำนวน 302 จุด
5. น่าน จำนวน 219 จุด
6. แพร่ จำนวน 214 จุด
7. ตาก จำนวน 211 จุด
8. พะเยา จำนวน 116 จุด
9. ลำพูน จำนวน 60 จุด
ส่วนที่เชียงใหม่ พลโทฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 พร้อม นายศุภชัย เอี่ยมสุวรรณ ผู้ว่าราชการ จ.เชียงใหม่ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากมณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกายวิละ จ.เชียงใหม่ เพื่อบินสำรวจไฟป่าในพื้นที่ อ.สะเมิง
เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าว มีการพบจุดความร้อน หรือ ฮอตสปอต ใน จ.เชียงใหม่มากกว่า 131 จุด และมากที่สุดคือ อ.สะเมิง โดยการบินสำรวจพบหมอกควันสีเทาปกคลุมท้องฟ้าหนาทึบ และพบกลุ่มควันจากไฟป่าหลายจุดใน อ.สะเมิง
ล่าสุด นายประจญ ปรัชสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาหมอกควันในพื้นที่หารือ หลังสถานการณ์หมอกควันและฝุ่นละอองของจังหวัดเชียงราย มีปริมาณสูงติดต่อกันหลายวัน และมีจุดฮอตสปอตเพิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าตั้งวันที่ 15 ก.พ.- 31 มี.ค. มีจุดฮอตสปอตเกิดขึ้นแล้วจำนวน 1,300 จุด
โดยพื้นที่ ซึ่งเกิดจุดฮอตสปอตขึ้นเป็นจำนวนมาก 3 อันดับคือ อ.แม่สรวย 301 จุด, อ.เมือง 203 จุด, อ.พาน 203 จุด และจากภาพจากมุมสูง ทำให้เห็นได้ชัดว่าพื้นที่ตัวเมืองเชียงรายถูกปกคลุมอย่างหนาแน่นจากหมอกควัน ทำให้มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต้องปิดการเรียนการสอน 2 วัน คือ วานที่ผ่านมา และ วันนี้ (2 เม.ย.) หากยังมีความรุนแรงก็อาจมีประกาศปิดอีก พร้อมกันนี้ทาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ได้ออกแถลงการ เรียกร้องให้ภาครัฐประกาศให้เขตภาคเหนือเป็นเขตภัยพิบัติ
พลอากาศโท พงษ์ศักดิ์ เสมาชัย โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผย พลอากาศเอก ชัยพฤกษ์ ดิษยะศริน ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มีคำสั่งให้ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ จัดเครื่องบิน BT-67 จำนวน 2 เครื่อง เข้าประจำการที่ กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา
เพื่อทำการบินโปรยละอองน้ำ บรรเทาปัญหาหมอกควัน และ ฝุ่นละอองในอากาศ โดยวานนี้ ได้บินโปรยละอองน้ำ เหนือพื้นที่เป้าหมายบริเวณประตูท่าแพ และ บริเวณศูนย์ราชการ จังหวัดเชียงใหม่
ซึ่งในส่วนของการบินโปรยน้ำฯ นั้น แต่ละเที่ยวบินจะบรรทุกน้ำได้เที่ยวละประมาณ 3,000 ลิตร ทำการโปรยน้ำเป็นละอองลงมาจากความสูงเหนือพื้นที่เป้าหมาย ซึ่งจะทำให้ละอองน้ำเกิดการกระจายตัวครอบคลุมบริเวณกว้าง และจับตัวกับฝุ่นละอองเพื่อบรรเทาความรุนแรงของปัญหา