
ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันนี้(13 เม.ย.) มีรายงานข่าวจากพรรคพลังประชารัฐ ถึงความคืบหน้าการรวบรวมเสียง ส.ส.เพื่อจัดตั้งรัฐบาลโดยมีพรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำ หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือร่วมกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เกี่ยวกับสูตรการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยยึดวิธีที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 128-129 ประกอบกับเจตนารมณ์ของระบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญที่ให้ความสำคัญกับคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนมาเป็นแนวทางในการคำนวณจำนวน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งจะทำให้มีพรรคเล็กได้ที่นั่ง ส.ส.จำนวนหลายพรรคนั้น เป็นสูตรที่ใกล้เคียงกับที่พรรคพลังประชารัฐใช้คำนวณ ส.ส. ทำให้สามารถคำนวณ ส.ส.ของพรรค และพรรคการเมืองอื่นที่ได้ทาบทามจัดตั้งรัฐบาลได้ รวมทั้งทำให้รู้ว่า ยังขาดอีกเท่าไร เพื่อให้เกินกึ่งหนึ่งของจำนวน ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร ไว้สำหรับเลือกประธานสภาฯ และโหวตเลือกหนายกฯ
ส่วนกรณีที่ กกต.ยื่นคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อว่าจะใช้สูตรตามที่ กรธ.ได้จัดทำไว้ได้หรือไม่นั้น จะไม่ส่งผลต่อการเลือกตั้ง และเป็นเรื่องดี เพราะคำวินิจฉัยของศาลเป็นที่สุดตามกฎหมาย และสร้างความมั่นใจให้ กกต.ได้
รายงานระบุอีกว่า ขณะนี้การรวบรวมเสียงที่จะมาร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐนั้นมีความคืบหน้าไปมาก นอกจากพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา พรรครวมพลังประชาชาติไทย พรรคชาติพัฒนา พรรคพลังท้องถิ่นไทย พรรครักษ์ผืนป่า และพรรคเล็กที่ได้ ส.ส. 1 ที่นั่ง 12 พรรค ที่ไม่น่ามีปัญหาอะไรแล้ว ล่าสุดยังได้เพิ่มอีก 5 เสียงจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่มีนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งได้ตอบตกลงจะมาเข้าร่วม เพราะเห็นว่า หากต้องการแก้ปัญหาให้ประชาชนจำเป็นต้องเป็นรัฐบาลเพื่อมาขับเคลื่อนนโยบายตามที่ได้หาเสียงไว้
รายงานเปิดเผยอีกว่า ส่วนตัวนายมิ่งขวัญนั้น ยังเจรจาเงื่อนไขกันอยู่ โดยให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้พูดคุย ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ 52 เสียงนั้น จะไม่มายกพรรค เนื่องจากสมาชิกทางฝั่งนายชวน หลีกภัย และกลุ่มคนรุ่นใหม่(นิวเดม)ในพรรคไม่เห็นด้วย แต่กลุ่มว่าที่ ส.ส.ที่นำโดยนายถาวร เสนเนียม ยืนยันว่า จะมาและพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ เบื้องต้นมีจำนวน 35 คน โดยถึงขณะนี้มั่นใจว่า มีเสียงมากกว่าฝั่งพรรคเพื่อไทยแล้ว