กกต. ยืนยัน มีอำนาจแจกใบส้ม หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ทั้งก่อน และหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ขณะที่มีข่าวสะพัด! อาจจะโดนอีก 1 ข้อหา โดยมีโทษถึงขั้นยุบพรรค
นายแสวง กล่าวว่า กกต. ได้ส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาไปให้ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กรณีถือครองหุ้นบริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด เข้าข่ายขาดคุณสมบัติในการลงสมัครรับเลือกตั้งซึ่ง นายธนาธร จะต้องชี้แจงภายใน 7 วันนับจากวันที่มีคนเซ็นรับหนังสือ ยืนยันว่า กกต. มีอำนาจทั้งก่อน และหลังประกาศผลในการพิจารณากรณีปัญหาคุณสมบัติผู้สมัคร แต่ต้องได้ข้อเท็จจริงที่ครบถ้วนก่อน ซึ่งการแจ้งข้อกล่าวหาไปยัง นายธนาธร ยังไม่ได้ถือว่ากระทำความผิด หาก นายธนาธร ชี้แจงข้อกล่าวหาได้ก็ถือว่าจบ
รายงานข่าวจาก กกต. แจ้งว่านอกจากคำร้องกรณีให้เพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ของ นายธนาธร กรณีการถือครองหุ้นสื่อ ยังพบว่า นายธนาธร อาจถูกตรวจสอบกรณีลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส. พรรค ที่ขาดคุณสมบัติสมัครรับเลือกตั้ง โดยมีผู้สมัครของพรรคบางคน เช่น นายภูเบศวร์ เห็นหลอด อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 สกลนคร ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งถอนชื่อออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัคร ส.ส. เนื่องจากนายภูเบศวร์ เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด มาร์ส เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ เซอร์วิส ซึ่งประกอบกิจการสถานีวิทยุกระจายเสียง และโทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ จึงถือว่าผู้สมัครคนดังกล่าวมีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้ง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 และ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 42 โดยศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้มีคำสั่งเพิกถอนสิทธิ์สมัครรับเลือกตั้ง นายภูเบศวร์ เมื่อ วันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ตามมาตรา 151 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ระบุว่าผู้สมัครใดรู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติมีสิทธิรับเลือกตั้ง เนื่องจากขาดคุณสมบัติ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 2 แสนบาท และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี จากนั้นจะต้องมีกระบวนการเอาผิดทางอาญากับหัวหน้าพรรคต่อ ฐานผู้สนับสนุนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 84
แหล่งข่าวจากสำนักงาน กกต. แจ้งว่ากรณีคำร้องให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ของ นายธนาธร กรณีถือหุ้นสื่อ และกรณีที่ นายธนาธร ลงนามเอกสารรับรองส่งผู้สมัคร ส.ส. สกลนคร พรรคอนาคตใหม่ที่ขาดคุณสมบัตินั้นตาม พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 132 วรรคสอง ระบุว่าถ้าหัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) มีส่วนรู้เห็น หรือปล่อยปละละเลย หรือทราบถึงการกระทำนั้นแล้ว มิได้ยับยั้งหรือแก้ไขเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต หรือเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการดำเนินการเสนอคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้ยุบพรรคนั้น ในกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง กก. บห. พรรคนั้นด้วย
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า อำนาจเก่า vs อำนาจใหม่ คุณธนาธร และอาจารย์ปิยบุตร เป็นตัวแทนของ “กลุ่มอำนาจใหม่” ท่ามกลาง “อำนาจเก่า” ของสังคมไทยที่ถูกแบ่งปันกันใน 3 กลุ่ม มาอย่างยาวนาน
1.อำนาจทหาร
2.อำนาจนายทุน
3.อำนาจนักการเมือง
ขณะนี้ทุกกลุ่มพยายามเก็บอำนาจไว้กับตัวเองให้นานที่สุด แต่ไม่มีใครเลยที่ได้ครองทั้ง 3 อำนาจในเวลาเดียวกัน เฉกเช่น “ทักษิณ” มาก่อน ผลสุดท้าย ผู้ที่มีอำนาจมากสุดก็ถูกสลายอำนาจ ไม่ได้กลับบ้าน