
“เพื่อไทย” สัมมนา ส.ส.หน้าใหม่ เตรียมพร้อมขับเคลื่อนงานสภา ซัด ส.ว. ล้วนแต่เพื่อนพ้องน้องพี่ “นายกฯ-ครม.” จี้ เปิดรายชื่อ “คกก.สรรหา” ผลาญงบฯ 1.3 พันล้าน
พรรคเพื่อไทย จัดสัมมนา ส.ส.ใหม่ของพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานการเมืองให้กับ ส.ส.หน้าใหม่ โดยแกนนำพรรคที่มีประสบการณ์ทางการเมือง มาแบ่งปันประสบการณ์และข้อคิดการทำงาน โดยนายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคจะจัดสัมมนา ส.ส.โดยแบ่งเป็น 2 วัน โดยวันนี้ 15 พฤษภาคม จะสัมมนาเฉพาะ ส.ส.หน้าใหม่ ของพรรคประมาณ 30 คน และพรุ่งนี้16 พฤษภาคม จะมีการสัมมนา ส.ส.ที่เป็นอดีต ส.ส.ของพรรคทั้งหมด เพื่อเตรียมความพร้อม ส.ส. ด้านต่างๆ โดยเฉพาะการยึดมั่นและเคารพในเจตนารมณ์ของประชาชน เป็นเข็มทิศทางการทำงานให้ดีมากขึ้น นอกจากนี้ในสถานการณ์ที่บ้านเมืองมีปัญหามานานและข้อจำกัดต่างๆ ในการพัฒนาประเทศ การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรจึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง ส.ส.จะต้องเข้าใจและผลักดันการคลี่คลายปัญหาของบ้านเมือง ซึ่งพรรคมั่นใจว่า ส.ส.ใหม่ของพรรคทุกคนจะเป็นเลือดใหม่ที่จะมาเสริมความแข็งแกร่งของพรรคในการยึดโยงกับประชาชนให้มากขึ้น
นายภูมิธรรม กล่าวถึงรายชื่อ 250 ส.ว.ว่า จากรายชื่อที่ออกมาทำให้เกิดคำถามว่า สิ่งที่หลายคนเคยวิพากษ์วิจารณ์สภาที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนต่างๆนาๆ ทั้งที่สภาขณะนั้นมาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่วันนี้รายชื่อ ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งกลับมีแต่เครือข่ายเพื่อนพ้องน้องพี่ทั้งนั้น โดยเฉพาะผู้นำรัฐบาล รองนายกฯหรือแม้แต่คนกลุ่มองค์กรอิสระอื่นๆ ก็เข้ามาเกี่ยวข้องเป็นจำนวนมาก ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดให้การสรรหา ส.ว.สะท้อนความหลากหลาย แต่วันนี้กลับมีแต่เครือข่ายของคนที่มีอำนาจ จึงต้องถามว่าเงินงบประมาณ 1.3 พันล้านบาท ที่ใช้ในการสรรหา ส.ว.นั้นถูกใช้ไปอย่างไร เพราะรายชื่อที่ออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณจำนวนมากขนาดนั้น เพราะอาจจะสามารถพูดคุยกันในกลุ่มไลน์ เพื่อประหยัดงบประมาณ 1.3 พันล้านบาทดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมีอีกประเด็นสำคัญคือ รายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว. ที่กฎหมายกำหนดให้มีความชัดเจนว่าจะต้องเป็นกลางเพื่อให้สามารถเลือกสรรคนที่เป็นประโยชน์ในการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน แต่จนถึงขณะนี้ แม้จะมีการประกาศรายชื่อ ส.ว.แล้ว กลับยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ดังนั้นจึงอยากเรียกร้องให้มีการเปิดเผยรายชื่อคณะกรรมการสรรหา ส.ว.เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เพราะล่าสุดก็เกิดกระแสวิจารณ์ว่าผู้คัดสรรรบางรายได้เลือกตัวเองมาเป็น ส.ว. ซึ่งถ้ากระบวนการสรรหาเกิดปัญหาผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจะต้องรับผิดชอบ