นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย วิเคราะห์พรรคประชาธิปัตย์กำลังตกอยู่ในทาง 3 แพร่ง และสุดท้ายคงเลือกไปร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐ เพื่อไปตายเอาดาบหน้า
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตหัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวถึงทิศทางของประชาธิปัตย์ ว่า รู้สึกหนักใจแทน เพราะขณะนี้กำลังตกอยู่ในทางสามแพร่ง โดยแพร่งแรก หากทรยศอุดมการณ์ไปร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ
ซึ่งคนในพรรคเกินครึ่งคงชื่นชอบเพราะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี แต่พรรคจะไม่ได้กระทรวงตามที่ต้องการมากนัก เพราะมี ส.ส.แค่ 52 เก้าอี้ ซึ่งการทิ้งอุดมการณ์เลือกทางนี้
เลือกตั้งในอนาคตพรรคประชาธิปัตย์จะแตกลึกยิ่งกว่าเดิมในภาคใต้ รวมถึงกทม. ด้วย เพราะชาวบ้านจะเลือกพรรคพลังประชารัฐโดยวิธีการซื้อตรง ไม่ต้องผ่านคนกลางอย่างพรรคประชาธิปัตย์
แพร่งสอง หากอยู่ร่วมปั้นรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และอนาคตใหม่ ทำให้เส้นทางนี้จบสั้น การเลือกตั้งรอบหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะสูญพันธุ์แบบร้อยเปอร์เซนต์ แบบที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทยได้เคยพูดไว้ หากประชาธิปัตย์ไม่เอาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่ากับว่าเลือกฝั่งนายทักษิณ ชินวัตร
ส่วนแพร่งสาม เป็นฝ่ายค้านอิสระ คิดโดยนิวเด็ม ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่มีอยู่จริง เพราะการเมืองมีแค่ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลเท่านั้น และหากเลือกเป็นฝ่ายค้านในรอบนี้ ก็จะต้องทำหน้าที่ไปกับพรรคเพื่อไทย และอนาคตใหม่ ซึ่งนายชูวิทย์ใช้คำว่า คงดูไม่จืด
อย่างไรก็ตาม นายชูวิทย์สรุปปิดท้าย โดยเชื่อพรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคจะเลือกทางแพร่งแรก เพื่อแก้ผ้าเอาหน้ารอดไว้ก่อน ป้องกันพรรคแตก หลังจากนั้นจะต้องถ้อยคำหรู ๆ มาอธิบายกับประชาชนในการกลับคำเข้าร่วมสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ แล้วไปรอวัดดวงเลือกตั้งใหม่ในอนาคต