มติพรรคประชาธิปัตย์ ส่งกรรมการบริหารพรรคไปพุดคุยกับพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยนัดสรุปท่าทีวันพรุ่งนี้ ขณะที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ยืนยัน อยากเป็น ส.ส.ธรรมดา มากกว่าเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร
นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่าที่ประชุม ส.ส.มีมติให้คณะกรรมการบริหารพรรค เป็นผู้เจรจากับพรรคการเมืองอื่น ๆ เพื่อหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจต่อทิศทางทางการเมืองของพรรคว่าจะเข้าร่วมเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่
ส่วนจะเจรจากับพรรคการเมืองใดบ้างนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจ ของคณะกรรมการบริหารพรรค จากนั้นใน วันที่ 23 พฤษภาคม พรรคจะนัดประชุมกลุ่มกรรมการบริหารพรรคและกลุ่มของ ส.ส. อีกครั้ง เพื่อนำข้อมูลที่ได้จากการประสานงานมาพิจารณาและตัดสินใจเป็นมติพรรคว่า จะเข้าร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดหรือไม่
นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ พูดถึงกรณีที่มีชื่อเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า เรื่องนี้เป็นข่าวที่พูดกันไปมา จึงขอถือโอกาสขอบคุณ ส.ส.หลายคนที่พูดถึงในทางที่ดีเชิงสนับสนุน แต่ยืนยันว่า ยังอยากอยู่เป็น ส.ส.ธรรมดามากกว่า และคนในพรรคจำนวนมากยังทำหน้าที่นี้ได้ ส่วนเป็นใครนั้นไม่ขอระบุชื่อ ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายบัญญัติกล่าวว่า พรรคที่มีอำนาจในการจัดตั้งรัฐบาล ให้รีบแสดงท่าทีที่ชัดเจนมากกว่านี้ เนื่องจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้นมานานแล้ว เพื่อไม่ให้ประชาชนสับสน
ในวันเดียวกันมีความเคลื่อนไหวจากนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สมาชิกพรรค ประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ระบุว่า ได้รับการประสานจากนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่กรรมการนโยบายพรรค ซึ่งตนได้พิจารณาแล้วว่า ได้ทำหน้าที่กรรมการและรองประธานกรรมการต่อเนื่องมาอย่างยาวนานเกินกว่า 5 ปี คิดว่าควรเปิดโอกาสให้คนอื่นได้มาทำหน้าที่แทนบ้าง จึง ได้ทำหนังสือขอไม่รับตำแหน่งใด ๆ
อย่างไรก็ตาม นพ.วรงค์ ถือเป็นแกนนำในกลุ่มของนายถาวร ซึ่งเป็นซีกของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำ กปปส.ซึ่งการไม่ขอรับตำแหน่ง กก.นโยบายพรรคทำให้เห็นถึงการแตกแยกของ ปชป.อย่างชัดเจน