พรรคประชาธิปัตย์ ขอร้องพลังประชารัฐอย่าโยนว่าพรรคเป็นตัวปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล และขอให้นำตัวผู้มีอำนาจตัวจริงเสียงจริงมาเจรจา ส่วนกรณีจะโหวตนายกฯรัฐมนตรีก่อนนั้น ก็สามารถทำได้เพราะมีเสียง สว.ในมืออยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่มีความชัดเจนนั้น ส่งผลให้บรรยากาศพรรคประชาธิปัตย์วานนี้ค่อนข้างเงียบเหงา มีเพียงแกนนำบางส่วนเดินทางเข้าพรรคตามปกติ เช่น นายชวน หลีกภัย ว่าที่ประธานสภาฯ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค, นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์, นายสาธิต ปิตุเตชะ ซึ่งเป็นกลุ่มที่เดินทางเข้าพรรคเป็นประจำอยู่แล้ว ส่วน ส.ส.และ กก.บห.คนอื่น ๆ ไม่ได้เดินทางเข้ามาที่ทำการพรรค เพราะยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส. เมื่อใด
นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้า ปชป.กล่าวว่า พรรคได้เสนอแนวทางในการทำงาน และนโยบายให้พลังประชารัฐไปหมดแล้ว หากพรรคแกนนำสามารถรับเงื่อนไขนี้ได้ค่อยมาคุยกันในรายละเอียดในเรื่องการจัดสรรตำแหน่งต่างๆ ดังนั้นคนที่เป็นแกนนำหลักต้องอดทน ต้องรู้ว่าจุดไหนที่จะทำให้เดินหน้าต่อไปได้ ที่สำคัญคือต้องให้เกียรติกันและกัน และพูดจากันด้วยเหตุผล
ส่วนกรณีที่นายอุตตม แถลงว่าจะให้มีการเลือกนายกฯ ก่อนค่อยจัดสรรตำแหน่งทีหลังนั้น นายนิพนธ์กล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของพปชร.ที่จะตัดสินใจเพราะมี ส.ว. 250 เสียงสนับสนุนอยู่แล้ว ส่วนปชป.จะตัดสินใจอย่างไรต้องหารือกันในที่ประชุมร่วมระหว่าง กก.บห.และ ส.ส. ส่วนคำถามว่า หากพรรคไม่ได้เก้าอี้ รมว.เกษตรฯ จะสามารถผลักดันนโยบายของ ปชป.ได้หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ต้องพูดคุยในรายละเอียดให้ชัดเจนกับกับพปชร. แต่สิ่งแรกที่พปชร.จะต้องชัดเจนก่อน คือใครกันแน่เป็นบุคคลที่มีอำนาจในการเจรจาตัวจริง
ด้านนายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้า ปชป. กล่าวถึงกรณีที่ พปชร.ยืนยันว่ายังสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ต่อ ว่ายอมรับว่าเสียงในที่ประชุมร่วมของ ส.ส.กับ กก.บห.มีความหลากหลาย จึงต้องหารือกันอีกครั้ง ยังมีเวลาในการถกเถียงและหารือกัน จนกว่าจะมีการโหวตเลือกนายกฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นช่วงต้นเดือน มิ.ย.นี้
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. กล่าวว่า สาเหตุที่ยังไม่จบ เพราะเกิดจากปัญหาภายใน พปชร.ที่มีหลายก๊วนหลายก๊ก และมีการต่อรองตำแหน่งกัน แล้วมากระทบกับ ปชป. ดังนั้น พปชร.ต้องนิ่งก่อนว่าจะเอาอย่างไร จากนั้นจึงค่อยมาพูดคุยกับพรรคร่วมเพื่อนำข้อมูลไปพิจารณา เพราะขณะนี้ภายใน พปชร. ยังฝุ่นตลบ ส่วนกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอเซนเซอร์รายชื่อรัฐมนตรีก่อนนั้น ตนเห็นว่าปกติพรรคร่วมก็จะพุดคุยกันอยู่แล้ว แต่ไม่ควรพูดเปิดเผยออกสาธารณะ