พรรคเพื่อไทย เรียกร้องพรรคการเมืองที่จะร่วมกับพลังประชารัฐให้กลับใจ โดยระบุ ยังไม่สายเกินแก้ เพราะเชื่อว่าหนทางการตั้งรัฐบาลเพื่อสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ค่อนข้างริบหรี่แล้ว อยู่ได้ก็คงไม่ยืด
นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ถึงวันนี้เชื่อว่าทุกฝ่ายคงได้ประจักษ์ถึงความบิดเบี้ยวที่พิสดารของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นผลงานของ คสช.และพวก ที่ออกแบบมาเพื่อหวังสืบทอดอำนาจ และได้เห็นลีลาของพรรคฝ่ายสนับสนุนการสืบทอดอำนาจ ซึ่งมี พปชร.เป็นแกนนำ พยายามจัดตั้งรัฐบาลซึ่งยังจัดสรรผลประโยชน์ไม่ลงตัว และดูเหมือนการเจรจาตั้งรัฐบาลหนทางจะริบหรี่ลงเรื่อย ๆ หากตั้งรัฐบาลได้ก็จะเป็นรัฐบาลที่ขาดเสถียรภาพ เสียงในสภาปริ่มน้ำ แต่ที่เลวร้ายกว่านั้นมีข่าวว่าหากการร่วมจัดตั้งรัฐบาลไม่สำเร็จถึงขั้นอ้างว่าอาจตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยแล้วยุบสภา
นายภูมิธรรมระบุว่า หากดูผลการเลือกตั้งล่าสุดที่เชียงใหม่ เขต 8 พรรคฟากฝั่งประชาธิปไตยได้คะแนนท่วมท้น ถือเป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของประชาชนที่ต้องการหลุดพ้นจากการบริหารแบบเดิม ๆ ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตนจึงอยากเรียกร้องให้ ทุกพรรคที่เคยได้รับผลกระทบจากกติกาของผู้มีอำนาจ มาร่วมผนึกกำลังเพื่อต่อรองผลประโยชน์ให้กับประชาชน ถึงวันนี้ก็ยังไม่สาย ประชาชนรอพิสูจน์คำสัญญาที่ทุกพรรคเคยประกาศไว้ อย่าให้ประชาชนผิดหวัง
ขณะที่ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ยืนยัน ตนจะไม่รับการเสนอชื่อเข้าชิงนายกรัฐมนตรี เพราะตนแม่ทัพพูดแล้วต้องไม่คืนคำ ซึ่ง 7 พรรคการเมืองจะต้องมาหารือกันอีกครั้งว่าจะเสนอใคร ส่วนกรณีมีชื่อของนายชัชชาติ สิทธิ์พันธ์นั้น ก็ยังไม่เป็นมติของพรรคร่วมแต่อย่างใด
แหล่งข่าวจากแกนนำพรรคเพื่อไทย(พท.) เปิดเผยว่า แคนดิเดตนายกฯ ที่ทั้ง 7 พรรคจะเสนอควรมาจากพรรค พท. เพราะเป็นพรรคที่มีส.ส.มากที่สุด โดยเตรียมเสนอชื่อ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ขึ้นท้าชิงตำแหน่งนายกฯ หากนาย ชัชชาติ ปฏิเสธ จะเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติศิริ สำหรับขั้นตอนหลังจากนี้เตรียมหารือเรื่องการเสนอนายกฯ ในที่ประชุม ส.ส. ของพรรคเพื่อรับฟังความคิดเห็น จากนั้นนำเรื่องดังกล่าวไปหารือร่วมกับ 7 พรรค การเมืองอีกครั้ง