สพฐ.เผยผลปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยนร.กว่า 5 แสนคน

สพฐ.เผยผลปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยนร.กว่า 5 แสนคน

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) จัดการประชุมชี้แจงการดำเนินงานจัดทำข้อมูลระบบการคัดกรองนักเรียนยากจน ประจำภาคเรียนที่ 1/2562 ผ่านระบบ Teleconference โดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั้ง 225 เขตทั่วประเทศร่วมรับฟัง

โดย ว่าที่ ร.ต.ธนุ วงษ์จินดา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า ความสำเร็จของโครงการเงินอุดหนุนช่วยเหลือนักเรียนยากจนพิเศษอย่างมีเงื่อนไข (conditional cash transfer - CCT) ของโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในปีการศึกษา 2561 ที่ได้ดำเนินการร่วมกับ กสศ. สามารถช่วยนักเรียนยากจนพิเศษ ให้ได้รับเงินอุดหนุนเพื่อบรรเทาอุปสรรคในการมาเรียน จำนวน 510,040 คนทั่วประเทศ แต่ยังมีที่เด็กขาดโอกาสและยังไม่ได้รับการคัดกรองอีกจำนวนมาก

สพฐ.เผยผลปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยนร.กว่า 5 แสนคน

จึงขอความร่วมมือถึงผู้อำนวยการสำนักเขตพื้นที่การศึกษาจังหวัดให้ความสำคัญ กำกับติดตาม รายงานเรื่องนี้ให้ทันตามกำหนดระยะเวลา เพราะทาง กสศ. มุ่งหวังตั้งใจจะดูแลนักเรียนทุกคนให้มีโอกาสพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นในทางการศึกษา ซึ่งเงินจำนวน 1,600 บาทต่อคน ถือว่ามีคุณค่าและประโยชน์อย่างยิ่ง ทั้งหมดจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนทุกคนอย่างเสมอภาค

เรื่องของการคัดกรองเด็กเป็นเรื่องของโอกาสทางการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ชาติและยังเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการร่วมกัน ส่วนปีการศึกษา 2561 ที่ผ่านมาพบโรงเรียน 2,310 โรงเรียนทั่วประเทศ ที่ไม่ได้เข้าไปดำเนินการกรอกข้อมูลในระบบคัดแยกเด็กนักเรียนยากจนพิเศษ ส่งผลให้ผู้เรียนกว่า 30,000 คน เสียโอกาสไป

สพฐ.เผยผลปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยนร.กว่า 5 แสนคน

ด้าน นพ.สุภกร บัวสาย ผจก. กสศ. กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดต้องขอขอบคุณครูทั่วประเทศในการทำงานร่วมกัน ภาพรวมที่ สพฐ. กสศ. และครูทั่วประเทศร่วมกันทำ จะเห็นว่าไม่ใช่เรื่องเล็กและยังเป็นการปฏิรูปการศึกษา แม้อาจไม่ใช่ส่วนใหญ่ก็ตาม โดยในปีการศึกษา 2561 กสศ.ได้รับความร่วมมือจากสถานศึกษาในสังกัด สพฐ. ที่มีนักเรียนทุนเสมอภาคทางการศึกษาจำนวน 28,921 แห่ง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา 225 เขต คุณครูกว่า 400,000 คน และคณะกรรมการสถานศึกษา 150,000 คน ช่วยกันผลักดันส่งผลทำให้มีนักเรียนทุนเสมอภาคทางการศึกษาของ สพฐ.จำนวน 510,040 คนทั่วประเทศ ได้รับเงินอุดหนุนเพิ่มเติมจาก กสศ. 1,600 บาทต่อคนต่อปี เพื่อเป็นค่าเดินทาง ค่าอาหาร และกิจกรรมพัฒนานักเรียนทุนเสมอภาคทางการศึกษา และถือเป็นการเพิ่มงบประมาณให้กับ สพฐ. ประมาณ 800 ล้านบาท ในลักษณะเป็นทุนการศึกษาให้แบบต่อเนื่อง และขยายไปยังสังกัดอื่นต่อไป

นพ.สุภกร กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ปีการศึกษา 2562 ได้มีการขยายกลุ่มเป้าหมายการให้ทุนอุดหนุนช่วยเหลือเพิ่มเติม จากเดิมให้ทุนเฉพาะกลุ่มนักเรียนชั้น ป.1-ม.3 แต่ปีนี้จะขยายผลลงไปตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล 2-3 จนถึง ม.3 ผ่านการทดลองนำร่องก่อนในโรงเรียนสังกัด สพฐ.10 จังหวัด คือ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น ร้อยเอ็ด กาญจนบุรี นนทบุรี สระแก้ว สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และยะลา เพื่อทดลองให้ระบบการทำงาน การบันทึกข้อมูลเกิดความลงตัวมากที่สุด นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนในสังกัด สพฐ.บางส่วน ที่จะเป็นพี่เลี้ยงขยายไปยังโรงเรียนสังกัดตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ทั่วประเทศ 200 โรงเรียน มีนักเรียน 20,000 คน เพื่อช่วยเหลือเรื่องระบบคัดกรองต่างๆ ให้เด็กได้รับการจัดสรรเงินอุดหนุนต่อไป

สพฐ.เผยผลปฏิรูปแก้เหลื่อมล้ำทางการศึกษา ช่วยนร.กว่า 5 แสนคน

นพ.สุภกร กล่าวอีกว่า ในปีการศึกษา 2561 พบว่ามีนักเรียนที่พลาดโอกาสรับทุน 2 กลุ่มคือ นักเรียนไม่ขอรับเงินอุดหนุนจำนวน สถานศึกษาบันทึกข้อมูลยังไม่ครบ รวมแล้วกว่า 118,689 คน ส่งผลให้นักเรียนที่อยู่ในเกณฑ์นักเรียนยากจนพิเศษเสียโอกาสได้รับเงินอุดหนุน หากในปีการศึกษา 2562 คุณครูมีการแก้ไขทบทวน หรือคัดกรองตามเกณฑ์สามารถเติมชื่อเข้ามาใหม่ได้ และทาง กสศ.จะเร่งดำเนินการช่วยเหลือนักเรียนต่อไป จึงขอความร่วมมือให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาช่วยกันสร้างความเข้าใจและให้คำแนะนำแก่ครูและสถานศึกษา ร่วมกันกรอกข้อมูลในขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อไม่ให้มีนักเรียนคนใดเสียโอกาส แม้แต่คนเดียว

ทั้งนี้ภายหลังรับฟังข้อเสนอแนะจากครูทั่วประเทศ ในปีการศึกษา 2562 กสศ.ได้ปรับปรุงระบบการทำงานให้ดีขึ้น เพื่อลดเวลาและภาระการทำงานของคุณครู โดยได้ลดภาระการบันทึกข้อมูลของคุณครู ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการสำรวจและการบันทึกแบบใหม่ได้ถึง 50 % ส่วนการลงพื้นที่เยี่ยมบ้าน 1 ครั้ง ข้อมูลดังกล่าวจะใช้ได้ 3 ปี ที่สำคัญคุณครูที่ลงพื้นที่สำรวจข้อมูลนักเรียนทุนเสมอภาคทางการศึกษาจะได้ค่าเดินทางในการลงพื้นที่ นอกจากนี้ปีการศึกษา 1/2562 จะคัดกรองเฉพาะนักเรียนใหม่ชั้น ป.1 ป.4 ม.1 เท่านั้น และขอเชิญชวนคุณครูทั่วประเทศสามารถดาวน์โหลดจดหมายข่าว ได้จาก www.eef.or.th. เพื่อติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ ได้ หรือ สายด่วน 02-079-5475 กด 1

related