
ผู้ว่าราชการ จ.นครสวรรค์ หารือร่วมหน่วยงานเกี่ยวข้องวางมาตรการล้อมคอกโรงเรียน และสถาบันกวดวิชาเถื่อน ขณะตำรวจส่งไม้เบสบอลมรณะไปตรวจพิสูจน์มัดความผิด ครูณัฐ ติวเตอร์โหด
พ.ต.อ.สุทธินันท์ คงแช่มดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ ประชุมร่วมกับทีมสืบสวนคดีนายฐปกร ทรัพย์สิน หรือ น้องชายแดน ถูกเจ้าของสถาบันกวดวิชาเตรียมทหารร่วมกับนักเรียนหัวโจกรุมทำร้ายจนเสียชีวิต พร้อมส่งไม้เบสบอลของกลาง ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในคดี ที่ยึดได้จากใต้สะพานข้ามแม่น้ำปิง ต.วัดไทร อ.เมืองนครสวรรค์ ไปตรวจพิสูจน์
มีรายงานว่า ไม้เบสบอล มีการนำไปทิ้งถึง 2 ครั้ง โดยครั้งแรกที่มีการทำร้ายน้องชายแดน จนหัวแตกและแขนหัก นายณัฐพล ถาวรพิบูลย์ หรือครูณัฐ เจ้าของสถาบันกวดวิชา ได้นำไม้เบสบอลไปทิ้งก่อน 4 อัน กระทั่ง มีการทำร้ายน้องชายแดน ซ้ำอีกครั้งจนบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ครูณัฐ จึงขับรถพานักเรียนชายคนสนิทนำไม้เบสบอลที่เหลือไปทิ้ง เพื่อทำลายหลักฐาน บริเวณใต้สะพานแม่น้ำปิง ซึ่งเป็นจุดที่ไม่มีกล้องวงจรปิด และไม่มีบ้านคนพักอาศัยในละแวกนั้น
สำหรับประเด็นอวัยวะเพศน้องชายแดนที่มีรอยไหม้ พยานเล่าว่า "ครูณัฐ" มีพฤติกรรมโหดเหี้ยมเลียนแบบหนังฝรั่ง สั่งให้นักเรียนชายคนสนิท จับน้องชายแดน ขึงเอาไว้ไม่ให้ดิ้น จากนั้นจึงจุดไฟแช็คลน อวัยวะเพศ ที่ผ่านมาแก๊งนักเรียนหัวโจกมักถูก ครูณัฐ ข่มขู่ไม่ให้นำเรื่องที่เกิดขึ้นภายในสถาบันไปบอกใคร แต่ชุดสอบสวนสามารถเกลี้ยกล่อมเด็กให้เป็นพยาน จนยอมเปิดปากให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จนนำไปสู่การออกหมายจับครูณัฐและครอบครัวในครั้งนี้
ด้าน นายอรรถพร สีหวิชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ประชุมร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ที่ศาลากลางจังหวัดฯ เพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำรอยกรณีน้องชายแดน ซึ่งในที่ประชุมกลุ่มโรงเรียนเอกชนนอกระบบ ได้รายงานข้อมูลว่า สถาบันกวดวิชาของครูณัฐ ไม่ได้ขอจดทะเบียนจัดตั้งโรงเรียนอย่างถูกต้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ถือเป็นโรงเรียนเถื่อน จึงไม่มีระบบประกันคุณภาพการตรวจนิเทศจากศึกษาธิการจังหวัด เบื้องต้นได้เข้าแจ้งความกับตำรวจเอาไว้แล้ว
นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่า ในจังหวัดนครสวรรค์มีการเปิดสถาบันกวดวิชาสอนภาษาต่างประเทศ ดนตรี และศิลปะเถื่อนหลายแห่ง ซึ่งหน่วยงานเกี่ยวข้องเคยมีหนังสือเวียนแจ้งข้าราชการครูในสังกัดให้ทราบแล้วว่า การเปิดสอนที่มีผู้เรียนเกิน 7 คน มีความผิดตามกฎหมาย และไม่ได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้ รวมถึงภาษีป้ายด้วย หากไม่รีบไปขออนุญาตจัดตั้งโรงเรียนอย่างถูกต้อง จะมีบทลงโทษตามมาทั้งโทษจำ และปรับ ซึ่งเป็นโทษทางอาญา และมีโทษทางวินัยด้วย