
รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผย รธน.รับคำร้อง 32 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลปมหุ้นสื่อ ยังไม่กระทบแต่งตั้งว่าที่รัฐมนตรีทั้ง 4 คน แต่ชี้หากผลวินิจฉัย 4 รัฐมนตรีถือหุ้นสัมปทานรัฐเป็นลบ ย่อมมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรี
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้อง 32 ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ที่ถือครองหุ้นสื่อ โดยมีว่าที่รัฐมนตรี 4 คน ประกอบด้วย นายณัฐพล ทีปสุวรรณ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุชาติ ชมกลิ่น ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสาธิต ปิตุเตชะ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธาณสุข และหม่อมราชวงศ์จตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่มีชื่อนั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมอยู่ด้วยว่า ตนมองว่าจะไม่กระทบต่อการรับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะหากจะมีผลกระทบจะกระทบตั้งแต่ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ ส.ส.แล้ว โดยตนตอบตามหลักของกฏหมาย แต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. และนายกฯจะคิดอย่างไรตนก็ไม่ทราบยืนยันว่าทั้งหมดจะมีผลกระทบหรือไม่ขึ้นอยู่กับผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญอีกทั้งมีความเป็นไปได้ว่าพลเอกประยุทธ์จะสามารถพิจารณาแต่งตั้งรัฐมนตรีก่อนและหลังจากนั้นค่อยพิจารณาอีกครั้ง
ส่วนกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือกกต. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นายธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และนายไพรินทร์ ชูโชติถาวร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ในกรณีที่ถือครองหุ้นบริษัทที่เป็นคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐ นายวิษณุ กล่าวว่า หากผลวินิจฉัยออกมาเป็นลบก็ย่อมมีผลต่อคุณสมบัติการเป็นรัฐมนตรีอยู่แล้ว