"วิษณุ" กรอกประวัติ ร่วม ครม.แล้ว

"วิษณุ" กรอกประวัติ ร่วม ครม.แล้ว

วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เผย กรอกประวัติร่วม ครม.ชุดใหม่แล้ว ไม่ทราบทูลเกล้าฯ หรือยัง ปัดตอบรัฐบาลใหม่จะอยู่ได้นานหรือไม่ ขอสื่ออย่าเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิด

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนตัวได้กรอกประวัติและคุณสมการเป็นรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะส่งไปเรียบร้อยแล้ว ขณะที่รัฐบาลไม่มีกรอบเวลาในการกรอกประวัติ และประวัติของคณะรัฐมนตรีทั้ง 36 คน คนถูกส่งถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้ว แต่จะไม่มีใครรู้ว่าได้ตำแหน่งอะไร เพราะในเอกสารไม่มีให้กรอก แต่เมื่อตรวจสอบคุณสมบัติเสร็จแล้วจะจัดลำดับว่าใครเป็นอะไรบ้าง และไม่ทราบว่าขณะนี้กระบวนการอยู่ในขั้นตอนใด แต่ทราบว่าตรวจสอบเสร็จแล้วเพราะตนเองได้พูดคุยกับเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

ส่วนจะมีการนำขึ้นทูลเกล้าฯ ไปแล้วหรือไม่ ส่วนตัวไม่ทราบ แต่ทราบอยู่แล้วว่าหากเร็วหน่อยก็ดี เพราะมีอะไรอีกหลายอย่างที่ต้องดำเนินการต่อ หากไม่ทูลเกล้าฯ ก็ยังไม่ได้ทรงแต่งตั้ง หากยังไม่แต่งตั้งก็ยังไม่ได้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ หากยังไม่ถวายสัตย์ปฏิญาณตนฯ ก็ยังไม่ได้แถลงนโยบาย และหากยังไม่แถลงนโยบาย ก็ยังไม่ได้ทำงาน ทุกอย่างมีกำหนดการอยู่แล้ว

ส่วนนโยบายรัฐบาลนั้น ตนเองได้ทราบว่าในชั้นยกร่างฯ ได้ดูไปแล้ว แต่จะต้องนำไปให้ที่ประชุมพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้แต่ละพรรคได้มีโอกาสดู เพื่อเพิ่มเติม แก้ไข หรือตัดทอนสิ่งที่ไม่ตรงตามความต้องการที่ได้หาเสียงมาและยังไม่ได้ใส่ไป ทุกพรรคต้องมีโอกาส แต่กรอบของนโยบายชัดเจนอยู่แล้วในรัฐธรรมนูญมาตรา 162 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า รัฐบาลจะต้องแถลงนโยบายที่ต้องสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ สอดคล้องกับแนวนโยบายของรัฐซึ่งเขียนในรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่รัฐบาลกำหนดแต่ต้องกำหนดขึ้นไม่ให้ขัดกับทั้ง 2 อย่างนี้ ขณะเดียวกัน จะต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ และสอดคล้องกับสิ่งที่รัฐบาลได้ตั้งใจว่าจะทำในเวลาที่เหลือต่อจากนี้ไป ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

นายวิษณุ ยังกล่าวชี้แจงเรื่องเรือแป๊ะ ที่ได้ไปบรรยายให้สมาชิกวุฒิสภาฟังด้วยว่า ขณะนี้ไม่มีเรือแป๊ะแล้วแต่เป็นเรือลำใหญ่ เพราะบรรทุกคนและสินค้าจำนวนมากกว่าเดิม จึงเป็นภาระ และความรับผิดชอบมากกว่า รวมถึงยังเป็นเรือปริ่มน้ำ ต้องวิดน้ำออก โดยแบ่งหน้าที่ บางคนเดินเรือ บางคนวิดน้ำ แต่บางคนไม่ทำอะไร ขออย่าเอาเท้าราน้ำ พร้อมเปรียบเรือลำใหม่เปรียบเป็นเรือเหล็ก ไม่ใช่เรือแป๊ะ เพราะเรือแป๊ะทำจากไม้  ดังนั้นเรือเหล็ก ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นกัปตัน แม้จะแข็งแรงแต่ก็เป็นสนิมได้ เพราะเกิดจากเนื้อใน ซึ่งวิธีป้องกันไม่ให้เกิดสนิมก็คือทุกคนในเรือต้องช่วยกัน แต่การเกิดสนิมต้องใช้เวลา เมื่อทราบล่วงหน้าแล้วก็ต้องหาวิธีป้องกัน พร้อมยอมรับการเปรียบเปรยเรื่องนี้ เพราะส่วนตัวมีความกังวล แต่นายกฯ ไม่เคยหารือกับตนในเรื่องนี้ และหลังจากที่พูดไปก็ไม่มีใครตำหนิ

นายวิษณุ ยังปฏิเสธตอบคำถามว่ารัฐบาลชุดใหม่จะอยู่ได้นานหรือไม่ พร้อมขอสื่ออย่าเพิ่งคาดเดาในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น โดยหยิบยกหนังสือเรียนสามัคคีเภทคำฉันท์ (แปลว่า แตกความสามัคคี) เนื้อหาตอนที่วัสสการพราหมณ์ มาเตือนว่าอย่าออกรบ ทั้งที่ยังไม่เห็นเหตุการณ์ข้างหน้า แต่คาดเดาไปก่อน เหมือนกับที่สื่อมวลชนมาถามตนเองตอนนี้  ส่วนการตัดสินใจร่วมในรัฐบาลชุดใหม่จะเหนื่อยกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาหรือไม่นั้น นายวิษณุ กล่าวว่า ขอให้คิดไปในทางที่ดีไว้บ้าง ส่วนจะเตรียมตัวอย่างไร อีกสักพักค่อยมาว่ากัน

 

related