6 หน่วยงานร่วม MOU สร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาร.ร.ห่างไกลขาดแคลนครู

6 หน่วยงานร่วม MOU สร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาร.ร.ห่างไกลขาดแคลนครู

6 หน่วยงานร่วม MOU พร้อมสร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น ตอบโจทย์โรงเรียนห่างไกลขาดครู ลดเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ชวนสถาบันการศึกษาผลิตครูเข้าร่วมโครงการ เพื่อเป็นครูต้นแบบในการผลิตและพัฒนาครูที่มีคุณภาพในอนาคต

เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ที่อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดพิธีลงนาม MOU ในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น โดย 6 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม(อว.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสนับสนุนทุนสร้างโอกาสทางการศึกษา สำหรับนักเรียนยากจนด้อยโอกาสจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำที่สุดร้อยละ 20 แรกของประเทศในพื้นที่ห่างไกลและอยากเป็นครู ให้ได้เรียนครูจนจบปริญญาตรีและกลับมาเป็นครูในโรงเรียนท้องถิ่นของตน ทั้งนี้เมื่อศึกษาจนจบตามหลักสูตร จะได้รับการบรรจุเป็นครูในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลทั้งหมด

นพ.สุภกร บัวสาย ผู้จัดการ กสศ. กล่าวว่า การลงนามข้อตกลงในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนโครงการครูรัก(ษ์) ช่วยสร้างโอกาสให้นักเรียนยากจนด้อยโอกาสที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ดี และมีจิตวิญญาณความเป็นครู ได้เรียนครูจนจบปริญญาตรีอย่างมีคุณภาพ มีทักษะความพร้อมสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และได้รับการบรรจุเป็นครูรุ่นใหม่ในโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล โดยจะสนับสนุนทุนให้แก่นักศึกษา รุ่นละ 300 ทุนทั้งหมด 5 รุ่น รวม 1,500 ทุน เฉลี่ยทุนละ 160,000 บาท/ทุน/ปี ประกอบด้วย ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าที่พัก ค่าครองชีพรายวัน ค่าตำราและอุปกรณ์การเรียนที่จำเป็น ตั้งแต่ปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป

โดยจะดำเนินงานผ่านสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี ในสาขาปฐมวัยและประถมศึกษา ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งจะมีการคัดเลือกสถาบันเข้าร่วมโครงการราว 10 สถาบัน ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ โดยสถาบันสนใจที่สามารถยื่นข้อเสนอโครงการตลอดเดือนกรกฎาคมนี้ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-079-5475 กด 6 ในวันและเวลาราชการ

6 หน่วยงานร่วม MOU สร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาร.ร.ห่างไกลขาดแคลนครู

นายสุทิน แก้วพนา ผู้ช่วยปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ในส่วนของสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเกี่ยวกับการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับเคลื่อนการศึกษาในส่วนภูมิภาค การเพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนด้อยโอกาสในพื้นที่ห่างไกล ให้ได้รับโอกาสโดยเฉพาะการมีอาชีพ มีการศึกษา มีงานทำ ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งการคัดเลือกเด็กในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดารและขาดโอกาส ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาสำหรับพื้นที่ห่างไกลกันดารที่ขาดครู รวมถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

นายสนิท แย้มเกษร รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า สพฐ.เป็นหน่วยงานสำคัญที่กำกับดูแลโรงเรียนปลายทาง ซึ่งเป็นโรงเรียนในพื้นที่เป้าหมายในการบรรจุครูเพื่อไปทำงานในพื้นที่ดังกล่าวจากโครงการนี้ โดยพบว่าโรงเรียน 2,000 แห่ง จาก 30,000 แห่ง ไม่สามารถยุบควบรวมได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการขาดครู และย้ายออก ดังนั้นโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น จะทำให้การขาดครูลดน้อยลง โรงเรียนเหล่านี้เป้าหมายอยู่ในพื้นที่สูง ชายขอบ บนเกาะ และโรงเรียนมักไม่มีครูท้องถิ่นสอนอยู่ ปัจจุบันครูสอนในระดับประถมศึกษายังขาดแคลน ตอนนี้ขาดอยู่เกือบ 4,000 คน หากโครงการนี้ช่วยให้ครูไปบรรจุในพื้นที่จะแก้ปัญหาการศึกษาที่ไม่ได้รับความเสมอภาคลดน้อยลงไป ในระยะ 4-5 ปี ปัญหาน่าจะทุเลาลงทำให้เด็กได้รับโอกาสและการจัดสรรที่เท่าเทียมกัน

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า ทาง อว.สนับสนุนโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น โดยมีเหตุผล 3 เรื่องคือ 1.การสร้างคนที่มีความพร้อมรองรับในศตวรรษที่ 21 2. นำนวัตกรรม องค์ความรู้ ไปพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการระดมสมองช่วยกันเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และให้โอกาสผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล 3.ครูคือหัวใจสำคัญของการศึกษา เพราะแม้แต่ในวงการสุขภาพแพทย์มีความสำคัญที่สุด ดังนั้นในวงการศึกษาครูถือว่ามีความสำคัญที่สุดเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้าไม่สนับสนุนครู ผลิตครูที่เก่งขึ้นมาวงการศึกษาก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ จึงคิดว่าโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น มีความสอดคล้องกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ผลิตครูในท้องถิ่น โดยหลังจากนี้จะชักชวนสถาบันการศึกษาผลิตครูเข้าร่วมโครงการต่อไป แนวคิดโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ที่ทำมาเห็นว่าครบวงจรทั้งหมด ซึ่งจะเป็นแม่แบบในการพัฒนาส่วนอื่นๆ ต่อไป

6 หน่วยงานร่วม MOU สร้างครูรัก(ษ์)ถิ่น แก้ปัญหาร.ร.ห่างไกลขาดแคลนครู

นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.) กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นโครงการที่สำคัญตอบโจทย์สำคัญของประเทศ ถือเป็นการรวบรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดแนว ทั้งหน่วยที่ต้องเผชิญเหตุในพื้นที่ หน่วยงานที่ทำงานผลิตครูเข้ามา แล้วส่งมอบต่อยอดการบรรจุแต่งตั้ง สรรหา ในการให้บุคลากรเหล่านี้เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ โครงการนี้ถือว่ามีความสำคัญ สมควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง เพราะทุกคนมีความฝัน เชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยปัญหาต่างๆ ของประเทศชาติจะได้แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่มี เข้าใจว่าโครงการนี้ยังช่วยพัฒนาตัวบุคคลนั้นๆ ขณะเดียวกันยังพัฒนาคุณภาพการศึกษาของประเทศชาติด้วยเช่นกัน

นางวัฒนาพร ระงับทุกข์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า โครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น เป็นการให้โอกาสนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลและได้รับโอกาสเป็นครู โดยทางคุรุสภามีหน้าที่สำคัญในการดูแลเรื่องมาตรฐานวิชาชีพครูและการผลิตครู เพื่อให้มีความมั่นใจว่าบุคลากรเหล่านี้มีคุณภาพอย่างแท้จริง คุรุสภาจะมีบทบาทสำคัญจะเข้าไปเชื่อมโยงกระบวนการผลิต พัฒนา คัดกรองวิชาชีพครู โดยมีตัวมาตรฐานวิชาชีพครูเป็นตัวกำกับดูแลเรื่องคุณภาพ คุรุสภาจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องรับรองเรื่องปริญญาการศึกษา ดูแลเรื่องหลักสูตรครู มาตรฐานการผลิตและบัณฑิตที่มีความรู้คุณภาพ และกระบวนการต่างๆ เมื่อเรียนจบออกมา คุรุสภาจะต้องนำไปเข้ารับการทดสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู เพื่อทำให้มั่นใจว่าครูทุกคน โดยเฉพาะครูในโครงการครูรัก(ษ์)ถิ่น ต้องมีประสิทธิภาพ มีสมรรถนะ มีจิตวิญญาณของการเป็นครู ในการเข้าไปเป็นครูในพื้นที่ห่างไกลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ

related