สาว 1 ใน 4 เข้าของบัญชี เข้าพบตำรวจ ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวง "ตั้ม โอนนาน" หลังเสียท่าสาวในเฟสบุ๊คด้วยการโอนเงินรวมทั้งหมด 260 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท
น.ส.นิน นิสา สิงห์ทอง วัย 34 ปี เข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อขอลงบันทึกประจำวันแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังจากตกเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีที่นักธุรกิจหนุ่มที่ชื่อ “ตั้ม โอนนาน” เข้าแจ้งความกับตำรวจ บก.ปอท. ว่าถูกหญิงสาวอ้างชื่อขิม ที่รู้จักกันผ่าน เฟซบุ๊กหลอกให้โอนเงินรวมทั้งหมด 260 ครั้ง มูลค่ารวมกว่า 7 ล้านบาท โดยหนึ่งในบัญชีที่โอนเงินเข้าไปเป็นชื่อ น.ส.นันท์ธนะดี ภักดีสิงห์ทอง ซึ่งเป็นชื่อเดิมของน.ส.นินนิสา
น.ส.นินนิสาให้การว่า บัญชีดังกล่าวมีเพื่อน ชื่อขิมขอยืมใช้ชื่อไปเปิดบัญชีพร้อมชักชวน ให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจรับตกแต่งสวนด้วยกัน ตั้งแต่เมื่อปี 2558 แต่ขณะนั้นมีเงินไม่เพียงพอ จึงให้ชื่อไปเปิดบัญชี และให้บัตรเอทีเอ็มไปด้วย โดยตั้งใจไว้ว่าหากมีเงินเพียงพอจะเข้าร่วมธุรกิจด้วยในภายหลัง จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมาก็เปลี่ยนมาเป็นชื่อปัจจุบัน สำหรับเพื่อนคนดังกล่าวติดตามในเฟซบุ๊กพบโพสต์ภาพไปเที่ยว ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา และหลังจากทราบข่าวว่ามีชื่อเป็นหนึ่งในเจ้าของบัญชีก็รีบติดต่อไปที่เพื่อน แต่ปรากฏว่าเพื่อนพยายามบ่ายเบี่ยงกระทั่งต่อมาก็ติดต่อไม่ ได้อีก
ทั้งนี้ สาเหตุที่มาพบตำรวจเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่เกี่ยวกับคดีที่เกิดเหตุ เพราะถูกเพื่อนหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารเท่านั้น อีกทั้งส่วนตัวไม่เคยรู้จักหรือติดต่อกับผู้เสียหาย แต่อย่างใด หลังจากนี้ก็จะไปขอข้อมูลจากธนาคาร เพื่อมายื่นเป็นหลักฐานให้ตำรวจ เพิ่มเติมด้วย
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายรัฐนันท์ ธนทรัพย์ปรีชา หรือตั้ม อาชีพรับเหมาออกแบบจัดสวน เข้าแจ้งความกับตำรวจ ปอท. หลังถูกมิจฉาชีพปลอมเฟซบุ๊กเป็น "น้องขิม" นางเอกมิวสิกวิดีโอค่ายหนึ่ง หลอกลวงให้โอนเงินมาเป็นเวลา 4 ปี จนปัจจุบันสูญเงินเป็นมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท
นายรัฐนันท์กล่าวว่า เมื่อปี 2558 ผิดหวังกับความรักและเครียดกับธุรกิจ อยู่ในช่วงอ่อนแอของชีวิต จึงเล่นเฟซบุ๊กได้เจอ "ขิม" อ้างตัวว่าเป็นนางแบบเอ็มวี พร้อมทั้งส่งรูปภาพมาให้ดูและพูดคุยกันแบบหนุ่มจีบสาวเรื่อยมาเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี โอนเงินไปมากกว่า 262 ครั้ง รวมมูลค่ากว่า 7 ล้านบาท เนื่องจาก "ขิม" อ้างว่าต้องใช้เงินใช้จ่ายหลายอย่าง เนื่องจากไม่ได้ทำงานเพราะป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวต้องเข้ารับการรักษา พร้อมส่งรูปไอเป็นเลือด จึงเกิดความสงสารโอนเงินให้ 3 หมื่นบาท กระทั่งต่อมาคุยกันถึงขั้นจะสร้างเรือนหอ ดาวน์บ้าน จึงโอนเงินให้เรื่อยมา
ปลายปี 2561 ทะเลาะกับขิมและเลิกติดต่อกันไปสักพักหนึ่งแล้วพูดคุยกับเมย์ หญิงสาวอีกรายทางเฟซบุ๊ก จนขิมติดต่อกลับมาและบอกผมว่าเมย์มีส่วนพัวพันกับเรื่องยาเสพติด ขิมรู้จักกับผู้ใหญ่จะช่วยเคลียร์เรื่องทางคดีให้ โดยต้องจ่ายเงิน 9 แสนบาท จึงโอนให้ แต่เรื่องยังไม่จบและขิมบอกว่าเงินยังไม่พอ ให้โอนไปอีก 2 ล้านบาท เพื่อหักลบหนี้ที่เคยโอนไปให้ทั้งหมด รวมเงินที่โอนเบ็ดเสร็จ 7 ล้านบาท
แต่ระหว่างนั้นขิมยังโทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ตนกับแม่เป็นระยะๆ กดดันให้โอนเงินอีก จนเมื่อต้นปีที่ผ่านมานำเลขบัญชี 3 ชื่อ 2 บัญชี ไปตรวจสอบจึงทราบชื่อและใบหน้าเจ้าของบัญชีที่แท้จริงว่าไม่ตรงปกกับภาพในเฟซบุ๊ก จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ เข้าแจ้งความ ทั้งนี้ ยอมรับว่าที่โอนเงินไปให้เพราะความสงสารและความรัก แม้จะไม่เคยเห็นตัวจริงก็ตาม