
ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th
เพื่อนพริตตี้สาว ลัลลาเบล ธิติม เปิดเผยเหตุการณ์จริงตามหาตัวหญิงสาวหลังติดต่อไม่ได้ตั้งแต่ 6 โมงเย็น ของวันที่ 16 ก.ย. เอะใจผิดสังเกตร่วมกันตามหาโดยเริ่มจากติดต่อ "โมเดลลิ่ง" ที่น้องรับงานเอ็นเตอร์เทน และพบว่าหายตัวไปกับ "หนุ่มกล้ามโต"
ข้อความจากเฟซบุ๊ก Kittisak Wongprajan เล่าทุกรายละเอียดการตามหาตัว ลัลลาเบล ธิติม หลังรับงานเอ็นเตอร์เทนลูกค้า ณ ร้านอาหารแห่งหนึ่ง จากนั้นหายตัวไปจนมาพบเป็นศพนอนตัวซีดอยู่ที่โซฟาล็อบบี้คอนโดย่านรัชดา-ราชพฤกษ์ โดยพบ "หนุ่มกล้ามโต" หิ้วลงมาทิ้งไว้ สุดท้ายงัดห้องเจอหนุ่มคนดังกล่าวนอนเปิดแอร์ฟังเพลงอยู่ ระบุว่า "อันดับแรกเลยต้องขอโทษทุกคนที่ตอบมั่งไม่ตอบมั่งนะครับ เพราะมันยุ่งมากและผมไม่ได้นอนมาจะ 3 วันแล้ว เนื่องด้วยเนื่องจากที่ลาเบลหายไป ผมจะมาตอบทุกข้อสงสัยพร้อมกันหน้าเฟสนะครับ ...อันดับแรกวันที่ 15/9/62 ได้โทนชวนเบลมานอนที่ห้องเนื่องจากวันรุ่งขึ้นวันที่ 16/9/62 ผมต้องไปสอบตัวแทนประกันตั้งแต่ตี 5 เลยจะให้มานอนเป็นเพื่อนแฟนผมและเพื่อจะตื่นเช้าไปเช่าพระพุทธรูปเพื่อมาเข้าบ้านใหม่ตามฤกษ์งามยามดี ก็ได้คำตอบว่าเดี๋ยวเบลส่งลูกเสร็จแล้วจะเลยมารับฝนตอนเช้า แต่พอสุดท้ายก็ได้ตกลงกันว่าไปช่วงบ่ายดีกว่า ประมาณ 9 โมงกว่าเบลได้แชทเฟสมาบอกฝนว่า กูติดงานแล้วนะ อิอิ เป็นอันรู้กันว่าไว้วันหลังดีกว่า เลยนัดกันว่าเดี๋ยวคอยเจอกันตอนเย็น ฝนก็ทักหาเบลตลอดจนพอมา บ่าย 3 กว่า ก็เริ่มติดต่อเบลไม่ได้เลยคิดว่าคงทำงานอยู่จน 6 โมงเย็น ก็ได้โทรหาเบลแต่ก็ไม่รับสายจนมาถึงเวลา 3 ทุ่มกว่าๆแม่เบลได้ถามว่าติดต่อเบลได้มั้ย ผมเลยบอกว่าไม่ได้แต่เดี๋ยวจะไปดูให้ ก็เลยขับรถไปดูให้แม่เบลเนื่องจากงานนี้ผมรู้ว่าอยู่ที่ไหน ระหว่างขับรถก็ได้ให้ฝนโทรหาโมฯว่าเบลอยู่ไหนและได้คำตอบว่านอนหลับอยู่ พอขับไปจนถึงได้เจอกับคนจ้างงานและถามว่าเบลไปไหนได้คำตอบมาคือไม่รู้ ผมจึงได้ต่อว่าโมและคนจ้างงาน (แต่รถเบลจอดอยู่) หลังจากนั้นก็ได้อารมณ์เย็นลงและได้ใจความว่า ตอนแรกเห็นเบลหลับอยู่แต่พอตื่นมาเบลไม่รู้ไปไหน น่าจะไปกับผู้ชายอีกคนนึง (ไอ้เหี้ยนั้น) เลยถามว่ามีเบอร์มั้ยคนจ้างงานบอกไม่มี มีแต่ไลน์จึงให้เขาช่วยติดต่อให้ส่วนผมกับแฟนก็คิยติดต่อเบลและเพื่อนเบล(จอย) สักพักแฟนเบล(พี่ย้ง)เริ่มสงสัยและผิดสังเกตุว่าเบลขาดการติดต่อนานเกินไปจึงทักมาผม ผมจึงได้แชร์โลและให้เขามาหา ทั้งจอยและพี่ย้งมาถึงประมาณ 5 ทุ่ม ก็ช่วยกันหารอบๆสถานที่ ที่มืด แต่ก็ไม่เจอวี่แววจึงนั่งรอจน ตี1 พี่คนจ้างได้นำมือถือมาให้คุยปลายสายคือผู้ชายคนนั้นและน้ำเสียงเขาเหมือนรีบๆรนๆว่าให้มารับเบลด่วนเบลตัวเย็นแต่เอาน้ำลูบให้แล้ว พวกเราก็ดีใจโล่งอกคิดว่าเบลปลอดภัยแล้วจึงได้ขับรถไป 3 คันกะว่าเจอแล้วจะแยกย้ายกันไปเลย พอไปถึงก็ได้โทรหาผู้ชายคนนั้นเขาบอกว่าขึ้นมารับได้มั้ยเราเลยตอบไปว่าไม่อยากขึ้น เขาเลยบอกว่าโอเค เดี๋ยวแบกลงมาเพราะปลุกเท่าไหร่เบลก็ไม่ตื่น ผมกับแฟนมาถึงเป็นคันแรกพอมาถึงเวลา ตี1.40 น. ผู้ชายคนนี้นบอกว่าลงมาส่งเบลไว้แล้วนะแต่มันขึ้นไปแล้ว เรามองผ่านเข้าไปเห็นเบลก็โลกใจแต่ประตูต้องใช้คีย์การ์ด เราเลยโทรไปอีกรอบมันตอบเราว่ารอไปก่อนเดี๋ยวมีคนเข้าออกแล้วเราค่อยเข้าไป เราจึงให้ยามเปิดให้จากข้างใน *** แฟนเราเดินเข้าไปหาเบลเป็นคนแรกพร้อมกับพี่ย้งพอเดินเข้าไปเห็นเบลตัวซีดมากๆ พอจับตัวเบลตัวเย็นและเนื้อแข็งมากแฟนเราตกใจรีบเอามือแตะที่จมูก ปรากฎว่าเบลไม่หายใจแล้ว แฟนเรากับพี่ย้งสติหลุดไปพักนึงเลย เราเลยบอกว่าฝนโทร 191 เดี๋ยวพี่โทรหาที่บ้านเบลเอง หลังจากนั้นเราโทรหามันอีกสาย เว้นจากส่ยนั้นแค่ 5 นาทีแต่มันก็ไมรับแล้ว สุดท้ายตำรวจได้ไปเคาะห้องมันแต่มันไม่ยอมเปิดเลยโทรเรียกช่างสะเดาะกุญแจกว่าจะเปิดห้องมันได้ ตี4 กว่า เข้าไปในห้องมันนอนเปิดแอร์ฟังเพลงหลับสบายใจเลย ซึ่งเราเป็นคนเดียวที่นอกจากตำรวจที่ได้ขึ้นไปเพราะตำรวจกะเอาเป็นพยานเพราะเรารู้เหตุการณ์ ตั้งแต่แรกจนจบ ❗️❗️พอลงมาจากชั้น6 เราอยู่ในลิฟท์กับมันอยากจะชกหน้ามันแรงๆสักทีแต่ตำรวจคอยกันอยู่เราเลยถามว่า...มึงรู้มั้ยว่ามึงอุ้มน้องกูลงมาอ่ะมันตายแล้ว มันตอบหน้านิ่งๆน้ำเสียงเฉยว่า เดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังที่โรงพักทีเดียว หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปที่โรงพัก❌หลังจากนี้เราค่อยมาตอบนะครับ แต่ถ้ามันทำผิดจริงมันต้องได้รับโทษ❌ ?ขอสาบานว่าทุกอย่างที่พิมพ์มาคือเรื่องจริงทั้งหมดไม่มีเพิ่มเสริมเติมแต่งใดๆทั้งสิ้น?"