
ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th
ตำรวจเรียกตัวหนุ่มกล้ามโตผู้ต้องสงสัย สอบปากเพิ่มเติมคดี ลัลลาเบล ธิติม พริตตี้สาวชื่อดังเสียชีวิตปริศนาคาคอนโดฯหรู พร้อมเรียกสอบเพื่อนร่วมก๊วนปาร์ตี้ไปแล้ว 15 ปาก เบื้องต้นค้นห้องพักในที่เกิดเหตุ ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และไม่พบถุงยางอนามัยใช้แล้ว ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงยังไม่แจ้งข้อกล่าวหา
จากกรณีพบศพนางสาวธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือที่หลายๆ คนรู้จักในชื่อ “ลัลลาเบล” พริตตี้สาวชื่อดัง ซึ่งเสียชีวิตอยู่ภายในคอนโดฯชื่อดังแห่งหนึ่ง ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้า บีทีเอส.ตลาดพลู โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในพื้นที่ของ สน.บุคคโล เมื่อวันที่ 17 ก.ย.62 ที่ผ่านมา ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุดเมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 18 กันยายน 2562 พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ ตงเต๊า ผบก.น.8 ได้เดินทางมาที่ สน.บุคคโล เพื่อร่วมสอบปากคำ นายไออุ่น (ขอสงวนชื่อสกุลจริง) ชายหนุ่มที่พา "ลัลลาเบล ธิติม" หรือ น้องเบล พริตตี้สาวชื่อดัง มานอนที่บริเวณโซฟาล็อบบี้ของคอนโดฯ หลังจากพบผู้ตายภายในงานปาร์ตี้ที่จัดขึ้นในบ้านย่านบางบัวทอง จ.นนทบุรี
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวภายหลังการสอบปากคำว่า ขณะนี้ได้เรียกแฟน พ่อแม่และเพื่อนๆ กับคนที่อยู่ในเหตุการณ์กับผู้ตาย มาสอบปากคำร่วม 15 ปากแล้ว เหลือเพียงเพื่อนน้องเบลที่เป็นพริ้ตตี้อีกราย และสำหรับนายไออุ่น ซึ่งเป็นบุคคลต้องสงสัยก็ได้เรียกสอบปากคำซ้ำ เพื่อตรวจสอบคำให้การว่าผิดแปลกจากเดิมหรือไม่ รวมถึงหาความเชื่อมโยงระหว่างคำให้การกับหลักฐาน ที่พบว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ตำรวจยังตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดนายไออุ่น จึงไม่ให้การช่วยเหลือน้องเบลไปที่โรงพยาบาล ทั้งที่เห็นว่าอาการไม่ดี และเหตุใดจึงไม่ให้ความร่วมมือตอนตำรวจเข้าตรวจสอบที่ห้องพัก
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังได้ตรวจปัสสาวะของคนที่ร่วมงานปาร์ตี้ทั้งหมด ซึ่งต่างให้ความร่วมมือกันดีมาก และไม่พบสารเสพติดแต่อย่างใด ขณะที่ผลการตรวจร่างกายผู้เสียชีวิต เบื้องต้นพบว่าเสียชีวิตจากอาการหัวใจล้มเหลว ซึ่งเป็นการตายที่ผิดธรรมชาติ แต่ยังไม่พบยาเสพติดหรือสารเคมีใดๆ รวมถึงร่องรอยการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์อีกประมาณไม่เกิน 15 วัน เพื่อนำมาประกอบกับหลักฐานอื่นๆ ทั้งนี้ จากการตรวจสอบในห้องพักของนายไออุ่น ไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย ไม่มีถุงยางอนามัยใช้แล้ว ตอนนี้จึงยังไม่พิจารณาแจ้งข้อหากับผู้ใดจนกว่าผลการตรวจสอบจะชัดเจน หากพบการล่วงละเมิดทางเพศจริง ก็จะดำเนินการต่อไป