
ดัชนีบำนาญโลกของบลูมเบิร์ก จัดอันดับให้ "เนเธอร์แลนด์" เป็นประเทศที่มีระบบบำนาญดีที่สุดในโลก ส่วน "ไทย" ติดกลุ่มประเทศที่มีระบบบำนาญอ่อนแอและขาดความชัดเจนมากที่สุดในบรรดา 37 ประเทศ
เว็บไซต์บลูมเบิร์ก เผยแพร่รายงาน "ดัชนีบำนาญโลกเมลเบิร์น เมอร์เซอร์ 2562" ซึ่งศึกษาความพร้อมของระบบบำเหน็จบำนาญใน 37 ประเทศทั่วโลก ผ่านการประเมินด้วยเกณฑ์ต่างๆ กว่า 40 เกณฑ์ อาทิเช่น สิทธิประโยชน์ของวัยทำงาน การเก็บออม ความเป็นเจ้าของบ้าน การเติบโตของสินทรัพย์ สินทรัพย์รวม ความครอบคลุมของระบบบำเหน็จบำนาญ ประชากรศาสตร์ การเติบโตของเศรษฐกิจ ซึ่งรายงานชิ้นนี้ จัดให้เนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก เป็นประเทศที่มีระบบรายได้รองรับการเกษียณอายุของพลเมืองดีที่สุดในโลก ทั้งแง่ของคุณภาพและความยั่งยืน ตามมาด้วย ออสเตรเลีย ฟินแลนด์ สวีเดน นอร์เวย์ สิงคโปร์ นิวซีแลนด์ แคนาดา และชิลี
ทั้งนี้ หลายประเทศกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงเป็นความท้าทายและเป็นแรงกดดันในการจัดสรรทรัพยากร เพื่อดูแลสุขภาพและสวัสดิการแก่กลุ่มผู้สูงวัยและกลุ่มคนวัยเกษียณ ที่นับวันจะยิ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการคาดการณ์ว่าในปี 2613 โลกจะมีประชากรถึง 1 ใน 5 ที่อยู่ในวัยเกษียณ
อย่างไรก็ตาม รายงานชิ้นนี้จัดให้ประเทศไทยมีอันดับอยู่รั้งท้ายตาราง ถูกจัดในเกรด D ได้รับคะแนนภาครวม 39.4 คะแนน โดยพบว่า แม้ไทยจะมีระบบเงินบำเหน็จประกันสังคม สำหรับผู้ประกันตน มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่นายจ้างสามารถเข้าร่วมได้ตามความสมัครใจ รวมถึงมีผลิตภัณฑ์เพื่อการออมอื่น ๆ เช่น ประกันชีวิต รวมถึงกองทุนอาร์เอ็มเอฟ แต่ผู้จัดทำดัชนีชี้วัดชิ้นนี้แนะนำให้ไทยเพิ่มระบบบำนาญที่มีความครอบคลุมมากขึ้น เพิ่มการสนับสนุนผู้สูงวัยที่มีรายได้น้อย และให้คำแนะนำเรื่องเกณฑ์ขั้นต่ำ ในการเก็บออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ