
ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th
อยากไปเมืองนอกจัง แต่ตังค์ในกระเป๋ากับวันลานี่สิ นับอย่างไรก็ไม่พ๊อ… ไม่พอ เอาล่ะ นักเดินทางทั้งหลายไม่ต้องเซ็งไป คว้ากระเป๋าใบเล็ก จองตั๋วเครื่องบิน เดินทางแบบด่วน ๆ ไปนอนต่างจังหวัดสักคืน รับรองว่าถึงไม่ได้ใช้พาสปอร์ตหรือขอวีซ่า ก็ได้ฟีลเฮฮาแบบไปเมืองนอก กับ 5 จุดเช็คอินเที่ยวไทยที่เราคัดสรรมาให้ ไปดูกันว่า เมืองไทยของเรามีที่ไหนบ้าง ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเด็ด ๆ ธรรมชาติดี ๆ ที่ไม่แพ้ต่างประเทศ
กุ้ยหลินเมืองไทย
เริ่มกันที่ “เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี” หรือที่เรารู้จักกันในนาม “กุ้ยหลินเมืองไทย” เนื่องจากที่นี่มีทัศนียภาพเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาแต่สวยงามตามธรรมชาติ ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวที่ดูอบอุ่นเย็นสบาย คล้ายกับเมืองกุ้ยหลิน ทางตอนใต้ของประเทศจีน แม้จะไม่ได้ล่องเรือพายแบบจีน แต่ที่นี่ก็มีกิจกรรมล่องแพชมวิว แถมยังมีที่พักราคาสบายกระเป๋าให้นอนค้างสักคืนสองคืน หากมีวันลาน้อย ก็แนะนำว่าให้จองตั๋วเครื่องบินไปเลย แป๊ปเดียวถึง เพราะเขามีบริการรับ-ส่งจากสนามบินสุราษฎร์ให้เลือกมากมาย ไม่จำเป็นต้องเช่ารถขับเอง
ภูเขาฟูจิเมืองเลย
ญี่ปุ่นก็อยากไป แต่ทำอย่างไร ลาหยุดได้แค่ 3 วัน ก็ขอผายมือกว้าง ๆ ไปยัง “ภูป่าเปาะ จังหวัดเลย” ที่เหมือนยกภูเขาฟูจิจากญี่ปุ่นมาไว้ในเมืองไทย แม้เนินเขาเตี้ย ๆ ของภูป่าเปาะ จะไม่ใหญ่อลังการเท่าฟูจิซัง แต่ก็มีรูปทรงที่คล้ายกันมากเมื่อมองจากจุดชมวิวทั้ง 4 จุดรอบภูเขา ยิ่งถ้ามีโอกาสไปหน้าหนาว ก็ยิ่งได้ฟีลไปเมืองนอกเข้าไปใหญ่ นอกจากนี้ ยังได้สัมผัสกับธรรมชาติอันอุดมสมบรูณ์ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะขับขึ้นไปยังจุดชมวิวเองก็ได้ หรือจะใช้บริการรถอิแต๋นแบบชิค ๆ ก็ไม่ว่ากัน
ชมใบไม้เปลี่ยนสีที่เชียงใหม่
ถึงฤดูกาลใบไม้เปลี่ยนสีทีไร ใจมันอยากจะบินไปเกาหลีหรือญี่ปุ่นทุกที แต่จังหวะวันลามันไม่เอื้อเอาซะเลย ไม่เป็นไร ไปชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ “ป่าสนวัดจันทร์ จังหวัดเชียงใหม่” ก็สวยไม่แพ้กัน ในช่วงหน้าหนาวของทุกปี ต้นไม้ใบเขียวที่นี่จะผลัดสีเปลี่ยนเป็นส้ม-แดง-เหลือง กันทั้งนั้น จะนอนค้างสักคืนก็ทำได้สบาย แถมยังมีตัวเลือกที่พักทั้งโรงแรมหรือเกสเฮ้าส์ของชาวเขามากมาย อย่างไรก็ตาม ที่ตั้งของป่าสนวัดจันทร์อาจจะอยู่ไกลจากสนามบินเชียงใหม่สักหน่อย ประมาณ 140 กิโลเมตร ถ้าเช่ารถขับชิว ๆ ก็ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง
มัลดีฟส์เมืองไทย
อยากเห็นหาดทรายชาว น้ำทะเลใส อยากเดินลงทะเลจากประตูห้องพัก ก็ไม่ต้องไปไกลถึง “มัลดีฟส์” เพราะว่าที่ “เกาะพยาม จังหวัดระนอง” ก็สวยไม่แพ้กัน แค่เสียค่าเครื่องจากกรุงเทพบวกกับค่านั่งเรือรวมกัน ราคาแค่พันนิด ๆ ส่วนรีสอร์ทก็เลือกได้ตามใจชอบ ดีไม่ดีอาจได้โรงแรมหรูกว่ามัลดีฟส์แบบที่จ่ายน้อยกว่า แต่ได้ทำกิจกรรมเหมือนกัน ทั้งดำน้ำ ดูปะการัง นั่งเรือ ปีนเขา แถมอาหารทะเลก็สดและถูกปากเรามากกว่าเยอะ
แกรนด์แคนยอนเมืองไทย
ปิดท้ายด้วยสถานที่เอ็กซ์ตรีมหน่อย ๆ ลองไปชม “สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี” ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองไทย” ด้วยลักษณะของหินที่ถูกกัดเซาะด้วยน้ำจนแหว่ง เกิดหินรูปทรงโค้งเว้ามากกว่า 3,000 แอ่ง ทำให้ธรรมชาติแห่งนี้สวยงามเหมือนสิ่งมหัศจรรย์ในอเมริกา แต่ต้องเช็กช่วงเวลาดี ๆ เพราะแก่งหินใต้ลำน้ำโขงจะปรากฏตัวให้ชมในช่วงน้ำแล้งเท่านั้น ช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปีจะเป็นช่วงน้ำหลาก ซึ่งแก่งหินจะจมอยู่ใต้บาดาลและนักท่องเที่ยวจะไม่สามารถเข้าชมได้
ล็อควันลาให้ดี เตรียมจัดกระเป๋าให้พร้อม แล้วค้นหาเที่ยวบินภายในประเทศ เดินทางกับการบินไทยได้เลย เพราะสายการบินปีกม่วง มักปล่อยโปรโมชั่นลดราคาเที่ยวบินในประเทศออกมาตลอดทั้งปี เที่ยวสนุก เดินทางสะดวก ใช้จ่ายสบาย แบบนี้ เที่ยวต่างประเทศก็ไม่จำเป็นอีกแล้ว