
เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.คอองตันติดตามจับกุมตัว 2 คนร้าย ที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ชาวญี่ปุ่น และใช้อาวุธมีดทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ โดยทั้งคู่ให้การรับสารภาพว่าก่อนลงมือได้เสพยาจนเกิดความคึกคะนอง ส่วนเงินที่ได้นำไปเล่นเกมออนไลน์ เสพยา ซื้อทองใส่โชว์เพื่อน
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ที่ กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 พล.ต.ต.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย ผบก.น.5 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ฤทธี ปานดำ ผกก.สน.คลองตัน พ.ต.ท.วชิรากรณ์ วงศ์บุญ รองผกก.สส.สน.คลองตัน นำกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.คลองตัน จับกุมตัวนายสมรัก เอี่ยมพันธ์ อายุ 23 ปี และ นายเอ(นามสมมุติ) อายุ 18 ปี ผู้ต้องหาชิงทรัพย์ชาวญี่ปุ่น พร้อมของกลางรถ จยย. ฮอนด้า ดรีม สีฟ้า-ครีม 1 คัน หมวกกันน็อกเต็มใบ สีดำ 1 ใบ หมวกกันน็อกครึ่งใบ สีขาว 1 ใบ และเสื่อผ้าวันที่สวมใส่ในการก่อเหตุ โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายในซอยสุขุมวิท101/1 แขวงบางจาก เขตพระโขนง กรุงเทพฯ
สืบเนื่องจากMr. Hirotaka อายุ 37 ปี ชาวญี่ปุ่น เข้าร้องทุกข์กับทางตำรวจ สน.คลองตัน หลังถูกคนร้าย 2 คนขับขี่รถ จยย.มาประกบข้าง พร้อมใช้อาวุธมีดทำร้ายได้รับบาดเจ็บ ก่อนชิงทรัพย์กระเป๋าสตางค์ และเงินสดจำนวน 20,000 บาท หลบหนีไป ส่วนผู้เสียหายรีบนำรักษาตัวรพ. คามิลเลียน เหตุเกิดขึ้นภายในซอยเอกมัย 10 แยก 6 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกวันที่ 21 ที่ผ่านมา
จากนั้นทางตำรวจได้เร่งติดตามคนร้าย โดยตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนพบเส้นทางการหลบหนีมาในละแวกซอยวชิรธรรมสาธิต หรือสุขุมวิท 101/1 จึงนำกำลังมาเฝ้าสังเกตุการณ์ อย่างต่อเรื่อง ไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อเฝ้าคนร้ายไม่ให้คลาดสายตาไปได้ กระทั่งพบตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ปรากฎ ทางตำรวจจึงแสดงจับกุมก่อนนำกำลังไปตรวจค้นหาของกลางที่บ้านพักของทั้ง 2 และควบคุมตัวสอบสวนที่ สน.คลองตัน
สอบสวน ผู้ต้องหา ให้การยอมรับสารภาพว่า นายสมรัก มีอาชีพเป็นการ์ดในผับดังย่านทองหล่อ นายเอ(นามสมมุติ) ไม่มีอาชีพ โดยทั้งคู่ได้ร่วมกันเสพโปรโคดิล จนเกิดความคึกคะนอง จึงชักชวนกันตระเวนขับขี่รถ จยย.ไปตามถนน ในยามค่ำคืน เมื่อพบเหยื่อที่เป็นชาวต่างชาติ จะลงมือก่อเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งรายที่ตกเป็นข่าวดังนั้นเป็นชายชาวญี่ปุ่น นายสมรัก ผู้ต้องหาอ้างว่า ชายชาวญี่ปุ่นพยายามคิดสู้ ฉุดกระชากกระเป๋าคืน ทำให้ตนต้องนำอาวุธมีดที่พกมาด้วยทำร้าย เหยื่อจึงยอมปล่อยกระเป๋าแล้วหลบหนีทันที เมื่อนำทรัพย์สินที่ได้มาจะนำไปเล่นเกมออนไลน์ ซื้อยาเสพติดมาเสพ และล่าสุดไปซื้อทองคำหนัก 50 สตางค์ มาใส่โชว์กลุ่มเพื่อน
ทั้งนี้จากการสอบสวนขยายผลอย่างละเอียดพบว่าคนร้ายทั้ง 2 รายเคยก่อเหตุลักษณะนี้กับเหยื่อชาวต่างชาติ ในพื้นที่ สน.ทองหล่อ มาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ไม่ถึงกลับได้รับบาดเจ็บเหมือนครั้งล่าสุด อย่างไรก็ตามทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อต่อคำให้การต้องทำการสอบสวนอีกครั้ง เบื้องต้นแจ้งข้อหา"ร่วมกันชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นำด้รับอันตรายแก่กาย หรือจิตใจ โดยมีอาวุธ ในเวลากลางคืน และใช้ยานพาหนะ เพื่อกระทำผิด เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม"ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และให้ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แถลงผลการจับกุมอย่างละเอียดต่อไป