ข่าว

มิ่งขวัญ ผู้โดดเดี่ยว ! ป้ายต่อไปที่ไหนดี

แม้จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ในการนำพรรคเศรษฐกิจใหม่ คว้าเก้าอี้ ส.ส. ถึง 6 ที่นั่ง แต่ในวันนี้ เส้นทางการเมืองของมิ่งขวัญ หลังจากประกาศจุดยืนเพียงลำพังอยู่ข้างฝ่ายค้าน ก็ไม่อาจรู้ได้ว่า ป้ายต่อไปของเขา จะอยู่ที่ใด

คงไม่ใช่เรื่อง “ช็อก” สำหรับคนคอการเมืองพันธุ์แท้ สำหรับการประกาศเป็น “แกะดำ” ท่ามกลาง “แกะขาว” ของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์

เพราะนับตั้งแต่มีเรื่อง “ท่าที” และ “จุดยืน” ไม่ตรงกันในพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่ส่อเค้ามาตั้งแต่ต้น กระทั่งถึงการลาออกจากหัวหน้าพรรคของนายมิ่งขวัญ นำไปสู่การเลือกหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารชุดใหม่ ก็พอคาดการณ์อนาคตของพรรคเศรษฐกิจใหม่ได้แล้วว่า ไม่พอใจกับสถานภาพ “ฝ่ายค้าน” อย่างแน่นอน เพียงแต่จะแสดงตัวตนจริงออกมาเมื่อใดเท่านั้นเอง

เพราะโดยธรรมชาติของคนเล่นการเมืองแล้ว อยากเป็นรัฐบาล ไม่มีใครอยากเป็นฝ่ายค้านทั้งสิ้น ยิ่งสำหรับคนที่ทำธุรกิจด้วยแล้ว ยิ่งไม่อยากอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล

พรรคเศรษฐกิจใหม่ก็เช่นกัน นายมิ่งขวัญจึงเป็นเพียงหัวเดียวกระเทียมลีบในพรรคอย่างที่มีการแถลงข่าวล่าสุด ภายหลังจากพรรคประกาศจุดยืนไปสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล

แม้พรรคเศรษฐกิจใหม่ จะเป็นที่รู้จักของผู้คน ก่อนการเลือกตั้ง 24 มีนาคม 2562 เพียงไม่กี่วัน และรู้จักเพราะนายมิ่งขวัญ หัวหน้าพรรคในขณะนั้น เดินสายไปร่วมดีเบตกับหัวหน้าพรรคหรือแกนนำพรรคการเมืองใหญ่ออกรายการทีวี โดยที่พรรคไม่เคยเปิดเวทีปราศรัยหาเสียง หรือใช้รถแห่เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคเลย แต่เพราะฝีปากแนวทางแก้ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศของนายมิ่งขวัญล้วนๆ ไปโดนใจคนที่อยากเห็นปัญหาเรื่องเศรษฐกิจของประเทศได้รับการแก้ไข ทำให้พรรคได้ ส.ส.เข้าสภาถึง 6 คน

แต่เผอิญว่า นายมิ่งขวัญไม่ใช่ผู้ก่อตั้งพรรคตั้งแต่ต้น เพราะคนก่อตั้งตัวจริงคือ นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ที่มาจากภาคธุรกิจ เป็นหลานชายนายสุธี อากาศฤกษ์ อดีตเลขาธิการ ป.ป.ป. ที่ได้รับการยอมรับเรื่องสมถะ สัตย์ซื่อ มือสะอาด ใส่สูทขึ้นรถเมล์ไปทำงานตลอดกระทั่งเกษียณพ้นตำแหน่ง ขณะเดียวกัน นายมิ่งขวัญก็ไม่ใช่นายทุนคนสำคัญของพรรคด้วย สถานภาพจึงเป็นเพียงผู้ถูกเชิญไปทำหน้าที่หัวหน้าพรรค หาทางนำพาคนของพรรคฝ่าด่านเลือกตั้งเข้าไปให้ได้ จึงเป็นสมการการเมืองที่ผิดฝาผิดแบบมาตั้งแต่ต้น

นายมิ่งขวัญจึงตกอยู่ในสภาพฝ่ายค้านเสียงเดียวในพรรคเศรษฐกิจใหม่ ที่อีก 5 เสียงหนุนรัฐบาลชัดเจน และเพิ่งโหวตสวนทางฝ่ายค้าน ให้ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 63 ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนฯ ในวาระ 3 เมื่อ 11 มกราคม มาหมาดๆ

คำถามสำคัญที่ตามมา หลังประกาศแยกตัวจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ เพื่อทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไปของนายมิ่งขวัญ จะเป็นอย่างไร คำตอบที่ชัดแจ้งเชื่อว่า จะยังไม่มีออกมาตอนนี้ ถึงแม้ว่า พรรคเศรษฐกิจใหม่ คงอยากขับออกจากพรรคเพื่อแสดงจุดยืนอยู่ข้างรัฐบาล 100% ขจัดปัญหาเรื่องขาดความเป็นเอกภาพในพรรค จะได้ไม่ต้องตอบคำถาม ปล่อยให้ ส.ส.ในพรรคออกมาวิพากษ์วิจารณ์โจมตีรัฐบาลอยู่เนืองๆ ได้อย่างไร ทั้งที่ประกาศขอร่วมกับทางรัฐบาลแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากขับออกจากพรรคตอนนี้ นายมิ่งขวัญสามารถหาพรรคการเมืองใหม่สังกัดได้ภายใน 30 วัน ซึ่งอาจเป็นการเพิ่ม ส.ส. ฝีปากกล้าให้สามารถอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลได้ โดยใช้โควต้าเวลาของพรรคการเมืองที่ย้ายไปสังกัด แต่หากยังไม่ขับออก โควต้าเวลาที่พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้รับ อาจถูกบล็อคหรือมอบให้ ส.ส. คนอื่นทำหน้าที่อภิปรายในนามของพรรคแทนได้

ขณะที่นายมิ่งขวัญเอง ก็คงหวังจะให้พรรคขับออกโดนเร็ว เพื่อมีโอกาสทำหน้าที่ซักฟอกรัฐบาลในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ซึ่งเป็นเหตุผลสำคัญที่นายมิ่งขวัญกล่าวย้ำกับสื่อระหว่างแถลงข่าวล่าสุด ถึงเหตุผลที่เขายังไม่ลาออกจากพรรคเศรษฐกิจใหม่ในจังหวะนี้

จึงฟันธงได้เลยว่า การขับออกหรือลาออกจากพรรค จะยังไม่มีเกิดขึ้นตอนนี้ อย่างน้อยก็ต้องรอให้ผ่านศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลไปเสียก่อน

นายมิ่งขวัญ ถือเป็นนักการตลาดที่ยอดเยี่ยมมาก ตั้งแต่ทำงานในบริษัทโตโยต้ามอเตอร์ส ประเทศไทย จำกัด เคยเป็นผู้อำนวยการใหญ่ อสมท โดยเป็นคนพลิกฟื้นจากเดิมที่ถูกเรียกเป็นแดนสนธยา ให้กลายเป็นโมเดิร์นไนน์ ทีวี ที่ทันสมัย ก่อนต้องพ้นจากเก้าอี้ใหญ่จนได้ เมื่อพยายามใช้ โมเดิร์นไนน์ (ช่อง 9) ถ่ายทอดสดคำประกาศแถลงการณ์ นายทักษิณ ชินวัตร นากรัฐมนตรีขณะนั้น จากสหรัฐฯ สั่งปลด พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ออกจาก ผบ.ทบ.หลังเกิดรัฐประหารยึดอำนาจรัฐเมื่อปี 2549

นายมิ่งขวัญลงเล่นการเมืองเต็มตัวในปี 2550 สังกัดพรรคพลังประชาชน ได้รับมอบหมายให้เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ได้เป็นทั้งรัฐมนตรีอุตสาหกรรม รัฐมนตรีพาณิชย์ และรองนายกรัฐมนตรี

หลังพรรคพลังประชาชน ถูกยุบ พรรคเพื่อไทยที่ตั้งขึ้นมารองรับ ส.ส.ในพรรค ต้องกลายเป็นฝ่ายค้านในสภาฯ นายมิ่งขวัญไปอภิปรายท้าทายนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ระหว่างประชุมสภาฯ พิจารณางบกลางปี ให้ลงแข่งชิงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้ง (2554) โดยเขาจะเป็นแคนดิเดทนายกฯ ในสังกัดพรรคเพื่อไทย เป็นการกระตุ้นต่อมโมโหของใครบางคนเข้าเต็มเปา ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวของนายมิ่งขวัญหลังจากนั้นถูกจับตาเป็นพิเศษจากผู้มากบารมีในพรรค ที่วางตัว น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ให้เป็นแคนดิเดทนายกฯ ในสังกัดพรรคเพื่อไทย และไม่พอใจที่นายมิ่งขวัญจะสร้างบารมีขึ้นไปทาบรัศมีด้วย

หลังการเลือกตั้งปี 2554 แม้นายมิ่งขวัญ จะได้เป็นส.ส.บัญชีรายชื่อลำดับ 6 พรรคเพื่อไทย แต่เขาไม่ได้มีบทบาทใดๆ ในพรรค ทั้งด้านยุทธศาสตร์ หรือขับเคลื่อนนโยบาย หรือแม้แต่การเคลื่อนไหวในนามของพรรคเลย เรียกได้ว่า ถูกงดเข้าร่วมกิจกรรมกับพรรคทุกช่องทาง สุดท้ายต้องลาออกจากพรรคเพื่อไทยในที่สุด

จากนั้น ก็โลว์โปรไฟล์ ไม่เคลื่อนไหวหรือมีข่าวคราวบนหน้าสื่ออีกยาวนาน กระทั่งเปิดตัวในฐานะหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจใหม่ ชูนโยบายแก้ปัญาวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศ ก่อนที่สุดท้ายจะ “หลังแอ่น” อีกครั้ง จากพลพรรครอบข้างที่เขาอาสาทำหน้าที่เป็นผู้นำทัพสู้ศึกให้ ตรงตามตำรา “เสร็จนาฆาโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” เปี๊ยบ!

เจ็บนี้คงอีกนาน สำหรับคนชื่อมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้ที่ยังไม่รู้ว่าป้ายหน้าจะเป็นที่ไหน อย่างไร ?