
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
ชาวมุสลิม จาก 6 ประเทศที่อยู่ในรายชื่อประเทศที่ผู้นำสหรัฐ มีคำสั่งทราเวลแบน เผยความรู้สึกกับมาตรการนี้ว่า ไม่ได้ช่วยส่งเสริมสันติภาพหรือหยุดยั้งการก่อการร้ายได้เลย
วันที่ 1 ก.ค.60 นับตั้งแต่คำสั่งพิเศษเรื่องการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มมีผลบังคับใช้ ทำให้พลเมืองของ 6 ประเทศมุสลิมที่อยู่ในบัญชีรายชื่อ ประกอบไปด้วย อิหร่าน, ลิเบีย, ซีเรีย, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน รวมทั้งผู้อพยพทุกคนต้องเผชิญความยากลำบากมากขึ้นในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ซึ่งกลุ่มผู้ที่เดินทางจากประเทศอิรัก ได้เดินทางมาถึงสนามบินนานาชาติดัลเลส ในสหรัฐฯ ได้ให้ความเห็นต่อมาตรการทราเวลแบนว่า มาตรการนี้ไม่ได้ช่วยส่งเสริมสันติภาพหรือหยุดยั้งการก่อการร้ายได้เลย
เมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ศาลสูงสุดสหรัฐฯ ได้มีคำตัดสินให้คำสั่งพิเศษของประธานาธิบดีทรัมป์บางส่วนมีผลบังคับใช้ได้ ก่อนที่จะมีการพิจารณาคำสั่งนี้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้งในเดือนตุลาคมปีนี้ ซึ่งศาลมีคำสั่งว่า บุคคลจาก 6 ประเทศดังกล่าวและผู้อพยพที่ต้องการขอวีซาสหรัฐฯ ต้องมีเอกสารรับรองที่พิสูจน์ได้ว่ามีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับใครก็ตามในสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ผู้ที่เคยขอวีซาสหรัฐฯ ผ่านแล้วจะไม่ได้รับผลกระทบ รวมถึงผู้ที่ถือสองสัญชาติแต่เดินทางเข้าสหรัฐฯ ด้วยพาสปอร์ตของประเทศที่ไม่ได้ถูกขึ้นบัญชีก็ไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน แต่สำหรับผู้ที่เป็นคู่หมั้น และนั่นหมายความว่าคนที่ไม่ได้มีสมาชิกในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิด อาจถูกปฏิเสธการออกวีซาเข้าประเทศได้