ส.ส.ฝ่ายค้าน ร่วมใจเปิดไฟฉาย ไล่ “บิ๊กตู่” จี้ให้ประกาศยุบสภา ด้าน “บิ๊กตู่” ยิ้มหน้ารื่น ไม่ตอบโต้ หลังถูกตั้งฉายา “ตู่ธานอส” นอกจากนี้ฝ่ายค้านขอยืดเวลาอภิปรายนายกฯ ต่อถึงคืนนี้
ในการประชุมสภาฯ พิจารณาญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ยังเป็นประเด็นการอภิปรายส่วนของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
โดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย อภิปรายและให้ฉายา พล.อ.ประยุทธ์ ว่า เป็น “ตู่ธานอส" ที่เข้ายุ่งทุกเรื่อง และทำให้เจ๊งทุกเรื่อง ซึ่งข้อกล่าวหาของฝ่ายค้านต่อนายกฯ ทั้งหมด 35 กรณี ตนมองว่าไม่มากเกินไป ที่ผ่านมาพบว่า
รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ขอใช้งบประมาณสูงที่สุด แต่จีดีพีของประเทศต่ำที่สุด, ฐานะหัวหน้าทีมความมั่นคง คุมกลาโหม คุมตำรวจ ที่รับผิดชอบสวัสดิภาพของประชาชน แต่พบการแพร่ระบาดของยาเสพติด อาชญากรรมเกิดขึ้นจำนวนมาก เป็นต้น
อย่างไรก็ตามสำหรับประเด็นที่ตนไม่สามารถไว้วางใจได้ เพราะ
1.ปล่อยให้มีมวลอากาศพิษเต็มเมือง สร้างผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยต้นเหตุมาจากการลงนามของ พล.อ.ประยุทธ์ให้ก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายสายพร้อมกันก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งสังคมตั้งข้อสังเกตว่าเหตุที่ต้องลงนามพร้อมกันเพื่อสะสมทุนให้เกิดการสืบทอดอำนาจหรือไม่
2.โกหก ปกปิดความจริง จนได้ฉายาว่า ตู่ พิน็อคคิโอ ทำให้ประเทศเจอภาวะวิกฤต ล่าสุดคือเหตุการณ์ระบาดและแก้ไขไวรัสโควิค-19 ในประเทศ
3.ล้มเหลวในการบริหารราชการแผ่นดิน โดยเฉพาะความรับผิดชอบสถานการณ์รุนแรงที่เกิดจากบุคลากรในกองทัพ ต่อเหตุการณ์ปล้นอาวุธสงคราม และกราดยิงประชาชนที่ จ.นครราชสีมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตอนท้ายของการอภิปรายของ น.อ.อนุดิษฐ์ ได้เชิญชวนให้ส.ส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน หยิบโทรศัพท์มือถือและเปิดไฟฉาย พร้อมส่องไปยังบนบังลังก์ที่นายกฯ นั่งอยู่ พร้อมกับกล่าวว่า ขอให้นายกฯ ยืนขึ้นแล้วพูดกลางสภาฯ ว่า ขอยุบสภา เพื่อให้กลับไปเลือกตั้งกันใหม่ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่นั่งฟังอยู่ในห้องประชุมยิ้ม และไม่ตอบโต้ใดๆ
ขณะที่ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลที่จัดคิวอภิปรายส่วนของนายกฯ นั้นยังมีกว่า 10 คน ทั้งนี้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคฝ่ายค้านจะให้อภิปรายแล้วเสร็จส่วนของนายกฯ ภายในคืนนี้
สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ตามที่ตกลงกันในการประชุมวันแรกนั้น ระบุว่าจะกำหนดให้อภิปรายเพียง 2 วัน คือ วันที่ 24-25 กุมภาพันธ์ ส่วนวันที่ 26 - 27 กุมภาพันธ์นั้นเป็นลำดับของรัฐมนตรีอีก 5 คนที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ