หนุ่มใหญ่กราบเท้าลาแม่เข้ารับโทษในเรือนจำ หลังใช้ไม้ธรณีประตูบ้านตีเมีย อ้างว่าแค่สั่งสอนให้เลิกเหล้า แต่ไม่คิดว่าจะเสียชีวิต
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.63 ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี คุมตัว นายสมเดช ยันพิมาย อายุ 45 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ที่บ้านหลังหนึ่ง ต.หนองบัว อ.เมือง จ.อุดรธานี หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกาย นางลำไพร อายุ 41 ปี ภรรยาจนเสียชีวิต ตอนแรกอ้างว่า ภรรยาเมาแล้วล้มจนเสียชีวิต ก่อนจะยอมรับสารภาพใช้ไม้ธรณีหน้าประตูบ้านตีจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 ก.พ.ที่ผ่านมา
การทำแผนเริ่มจากที่ นายสมเดช กับ นางลำไพร ขี่รถจยย.ซ้อนกันกลับมาจากบ้านเพื่อนหลังไปดื่มเหล้ากัน ขณะกลับมาบ้านแวะซื้อเบียร์ที่ร้านค้า แต่ก็ได้ทะเลาะกันมาตลอดทาง จนมาถึงบ้าน เขาอ้างว่า ภรรยาเมาสุราไม่ยอมเข้าบ้าน ด้วยความโมโหเขาจึงเข้าไปในบ้าน หยิบไม้หน้าสามขวางธรณีประตูหน้าบ้าน ขนาด 4 นิ้ว ยาวประมาณ 1.5 เมตร โยนใส่นางลำไพร ที่นอนอยู่
หลังจากเขาหลับไปประมาณ 1 ชั่วโมง รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็น นางลำไพร จึงเดินไปดูที่หลังบ้าน พบว่า นางลำไพร ยังนอนอยู่ จึงจะเข้าไปปลุกแต่พบว่า นางลำไพร นอนเสียชีวิตจมกองเลือด นายสมเดช จึงล้างเลือดออก แล้วไปบอกกับแม่ของตัวเอง และประธานชุมชน แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว
นายสมเดช บอกอีกว่า เขาทำอาชีพเป็นช่างกลึง อยู่กินกับภรรยาคนนี้มา 3 ปี รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าย้อนกลับไปได้ก็คงจะไม่ทำแบบนี้ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจที่จะทำให้ภรรยาเสียชีวิต ที่ทำไปเพราะอยากให้เขามีสติ เป็นเพียงการสั่งสอนให้ภรรยาเลิกเมาเท่านั้น เพราะถ้าตัวภรรยากินเหล้าเมื่อไหร่ ก็จะทะเลาะกันแทบจะทุกครั้ง ส่วนเขานั้นจะกินเหล้าเฉพาะวันหยุดงาน
ส่วนสาเหตุที่ทะเลาะกันเพราะหลังกลับจากบ้านเพื่อน ภรรยาก็จะดื่มต่อ ขอเงินซื้อเบียร์อีก 3 ขวด แต่เงินของเขาเหลือน้อย จึงบอกไปว่า ถ้าซื้อเบียร์แล้วจะเอาเงินที้ไหนซื้อกับข้าว จึงด่ากันแล้วทะเลาะกัน
จากนั้น นายสมเดช ได้ก้มลงไปทำการกราบเท้าแม่วัย 75 ปี ซึ่งแม่บอกว่า เราเป็นลูกชายต้องยอมรับกับสิ่งที่ตนเองทำลงไป แม่สอนได้แค่นี้ แล้วลูกสาวภรรยาเก่าของ นายสมเดช ได้ร้องไห้ เข้ามากอดพ่อ ซึ่งได้บอกลูกสาวให้ไปไถ่ถอนอุปกรณ์เครื่องช่างของเขาที่นำไปจำนำ เพราะเสียดายเป็นเครื่องมือทำมาหากิน พ้นโทษออกมาจะได้กลับมาทำมาหากินต่อ.