SHARP หันมา ผลิตหน้ากากอนามัย ช่วยรัฐบาลญี่ปุ่นแจกประชาชน

SHARP หันมา ผลิตหน้ากากอนามัย ช่วยรัฐบาลญี่ปุ่นแจกประชาชน

หน้ากากอนามัย กำลังเป็นปัญหาในหลายประเทศที่กำลังต่อสู้กับ ไวรัสโคโรนา บริษัท SHARP ของญี่ปุ่น ได้หันมา ผลิตหน้ากากอนามัย เพื่อช่วยรัฐบาลแจกจ่ายประชาชน

เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของไวรัส COVID-19 ส่งผลให้หน้ากากอนามัยในหลายประเทศเริ่มขาดแคลน และญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในนั้นที่กำลังประสบปัญหา บริษัทผู้ผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์สัญชาติญี่ปุ่นอย่าง SHARP จึงออกมาประกาศแผนการเร่ง ผลิตหน้ากากอนามัย จำนวนมาก โดยได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาหน้ากากอนามัยไม่เพียงพอต่อความต้องการในขณะนี้

SHARP จะเริ่มผลิตหน้ากากอนามัยตั้งแต่กลางเดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป โดยตั้งเป้าผลิตให้ได้อย่างน้อยวันละ 150,000 ชิ้น จากสายพานการผลิต 3 สาย หากสถานการณ์ของโรคระบาดยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ในอนาคต ก็อาจมีการแผนขยายการผลิตไปมากถึง 10 สาย ซึ่งจะทำให้สามารถผลิตหน้ากากอนามัยได้ 500,000 ชิ้น ต่อวันเลยทีเดียว และจะช่วยแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนได้ดี เพราะโดยปกติแล้ว ต้องนำเข้าสินค้าชนิดนี้มาจากประเทศจีน

สำหรับกระบวนการผลิตจะทำในห้องปลอดเชื้อภายในโรงงานของ SHARP ที่ตั้งอยู่ในจังหวัดมิเอะ โดยบริษัทลงทุนดัดแปลงโรงงานเดิมเปลี่ยนจากห้องที่ใช้ผลิตหน้าจอ LCD ประกอบสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ของแบรนด์ ให้กลายเป็นห้องปลอดเชื้อ ผลิตหน้ากากอนามัย นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะขนส่งหน้ากากอนามัยไปยังพื้นที่เป้าหมายให้ทันภายในเดือนเดียวกันนี้ด้วย

สำนักข่าวญี่ปุ่นหลายเจ้าคาดว่า SHARP อาจได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลอยู่ที่ราว ๆ 30 ล้านเยน หรือ ประมาณ 8,750,000 บาท ในการผลิตหน้ากากอนามัยครั้งนี้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวดังกล่าว เป็นการตอบรับข้อเรียกร้องของนายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ แห่งญี่ปุ่น ที่ต้องการให้ภาคธุรกิจและเอกชนที่มีความพร้อม เข้ามาช่วยผลิตหน้ากากอนามัย ซึ่งรัฐบาลเองพร้อมทุ่มงบประมาณราว 1 หมื่นล้านเยนหรือประมาณ 3 พันล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาหน้ากากอนามัยขาดแคลนโดยเฉพาะ

related