
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เผย พบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 2 รายจากกลุ่มไปทำงานประเทศอิตาลี. ส่วนกรณีผลตรวจหญิงแรงงานนอกระบบเกาหลี ยืนยันไม่พบเชื้อโควิด -19.
นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผย พบผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 เพิ่ม 2 คน คือ รายที่ 1 เป็นชายไทยอายุ 40 ปีอาชีพพนักงานบริษัทเริ่มป่วยวันที่ 5 มีนาคม 2563 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งด้วยอาการไข้. ส่งตัวรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ส่วนผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งสี่คนในครอบครัวไม่มีอาการป่วยผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อ
รายที่ 2 เป็นชายไทยอายุ 40 ปีอาชีพพนักงานบริษัท. รับการตรวจที่สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง กรมควบคุมโรคด้วยอาการเจ็บคอไม่มีไข้ส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลนพรัตน์ราชธานี. รายนี้ไม่มีผู้สัมผัสใกล้ชิด
โดยผู้ป่วยทั้งสองรายนี้อยู่ในกลุ่มที่คนไทยที่เดินทางไปทำงานที่ประเทศอิตาลีซึ่งมีทั้งหมด 6 คน โดยในกรุ๊ปนี้พบผู้ป่วยแล้ว 3 คน ซึ่งเป็นผู้ป่วยยืนยันรายที่ 45 ส่วนอีก 3 ราย ส่งผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบเชื้อแต่ยังอยู่ในระบบการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค
ขณะนี้มีผู้ป่วยยืนยันที่รักษาหายแล้ว 31ราย ยังรักษาตัวอยู่ใน โรงพยาบาล 18 ราย เสียชีวิต 1 ราย ผู้ป่วยสะสมในประเทศไทยขณะนี้ 50 ราย สำหรับผู้ป่วยอาการหนัก 1 ราย ที่รักษาตัวอยู่ที่สถาบันบำราศนราดูร ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว แต่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด
ส่วนกรณีหญิงไทย อายุ 30 ปี ที่เป็นแรงงานนอกระบบเกาหลีใต้ ตรวจพบอาการไข้ที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ผลการตรวจซ้ำจากห้องปฎิบัติการทั้ง 2 แห่งไม่พบเชื้อโควิด -19. โดยก่อนหน้านี่ที่มาการตรวจยทนยันพบเชื้อโควิด-19เป็นบวกอ่อนคาดว่าเกิดจากการผอดพลาดจากห้องปฎิบัติการ.
ด้าน อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเปิดเผยระหว่างการประชุมปรึกษาหารือการส่งตัวและจัดการสถานที่เพื่อควบคุมเพื่อสังเกตกรณีผู้เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงสูง. ว่า ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สังการให้กักกันตัวกลุ่มแรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ โดยการควบคุมอย่างเข้มข้นใน2เมือง คือแทกู กับคย็องซัง ส่วนคนที่มาจากเมืองอื่นของประเทศเกาหลีใต้จะส่งไปควบคุมในพื้นที่ในภูมิลำเนาของบุคคลนั้นๆ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นผู้จัดเตรียมสถานที่ และดูแลเป็นเวลา 14 วันตามมาตรฐานของการควบคุมโรค. ส่วนผู้ที่เดินทางมาจากประเทศอื่นที่สุ่มเสี่ยงจะขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ในการหามาตรการควบคุมส่วนทางกระทรวงสาธารณสุขจะเป็นผู้สนับสนุนและให้ความร่วมมือในส่วนต่างๆเช่นงบประมาณในการปฎิบัติหน้าที่.โดยตนเองจะไม่เข้าไปก้าวก่ายในกระบวนการทางการแพทย์
ส่วนกรณีการรับตัวประชาชนที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้รวมถึงแรงงานนอกระบบจะต้องมีการควบคุมตั้งแต่การเดินทางหรือไม่ อนุทิน มองว่า กลุ่มคนเหล่านี้เป็นเพียงบุคคลที่เข้าข่ายเฝ้าระวังไม่ใช่อาชญากรหรือคนที่ทำผิดกฎหมายอยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์ การจัดำเนินการใดๆต้องไม่ละเมิดสิทธิของกลุ่มบุคคลดังกล่าว
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือนักลงทุนที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยต้องอยู่มาตรฐานควบคุม14วัน ต้องมีใบรับรองแพทย์ หลักฐานแสดงที่อยู่ชัดเจน เช่น โรงแรม โดยต้องแจ้งกับทางโรงแรมหรือในที่สามารถติดตามอาการได้ เมื่อจะเดินทางออกไปไหนต้องแจ้งเจ้าหน้าที่กองควบคุมโรค