
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เอกชน คาดครึ่งปีหลังแน้วโน้มตลาดบ้านแนวราบจะใกล้เคียงกับปีก่อน ประเมินทั้งปียอดโอนทรงตัวหรือลดลงไม่เกินร้อยละ 5
วันที่ 2 ก.ค.60--นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์และที่ปรึกษา สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เปิดเผยว่า แนวโน้มธุรกิจอสัวหาริมทรัพย์ ในส่วนของบ้านแนวราบ บ้านจัดสรร ในครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะเติบโตได้ใกล้เคียงกับปีก่อน อาจจะไม่มีตัวเลขอะไรที่แตกต่างกันมากนัก ทั้งปีหากยอดโอนอสังหาริมทรัพย์ไม่โต หรือไม่ลดลงถึงร้อยละ 5-10 ก็ถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพราะฐานการโอนบ้านในปีก่อนสูง ขณะที่ในปี 2560 บ้านแนวราบและคอนโดมิเนียมเปิดตัวเพิ่มขึ้น เพราะฐานการเปิดตัวในปีก่อนต่ำและในครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะมีการเปิดตัวเพิ่มขึ้น
ส่วนสถานการณ์ในช่วงที่ผ่านมาของภาคอสังหาริมทรัพย์ สำหรับบ้านจัดสรรหรือบ้านแนวราบ มีลักษณะที่สม่ำเสมอมาต่อเนื่อง ตลอด 10 ปีมาแล้ว โดยเฉลี่ย บริเวณกรุงเทพและปริมณฑล จะมีการเปิดตัวใหม่ ประมาณ 40,000 หน่วยต่อปี และจะมีการโอนเฉลี่ย 7-8 หมื่นหน่วยต่อปี โดยมีการรวมบ้านมือสองเข้าไปด้วย ซึ่งบ้านแนวราบ บ้านจัดสรร บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ บ้านมือสองถือว่ามีบทบาทมากกว่าบ้านใหม่
สำหรับอาคารชุดหรือคอนโดมิเนียม มีการชะลอตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีจำนวนหน่วยเปิดตัวสูงที่สุดในรอบ 16 ปีนับตั้งแต่ปี 2540 ประมาณ 85,000 หน่วย และลดลงมาต่อเนื่องโดยในปี 2559 เหลือประมาณ 50,000 กว่าหน่วย การลดลงมาถือเป็นเรื่องที่ดีในสังหาริมทรัพย์เพราะเป็นการปรับตัวให้มีความสอดคล้องกับความต้องการของตลาด และภาวะเศรษฐกิจ
สำหรับหน่วยบ้านคงค้างของบ้านแนวราบที่พร้อมโอนมีไม่มาก เพราะได้บริหารจัดการให้เหมาะสมกับความต้องการ เพราะบ้านจัดสรรควบคุมปริมาณไม่ยาก ขณะที่เรื่องของการปล่อยสินเชื่อของธนาคารเพื่อกู้ซื้อบ้านนั้น ต้องเอาบุคคลผู้กู้เป็นหลัก เพราะแต่ละธนาคารมียอดปฏิเสธสินเชื่อไม่ตรงกัน และข้อเท็จจริงต้องแยกระหว่างบ้านแนวราบและคอนโดมิเนียม ซึ่งในส่วนของบ้านแนวราบ จะขายและโอนส่งมอบในช่วงที่สั้นมาก ประกอบกับโครงการมีการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะให้จอง ดังนั้นยอดปฏิเสธสินเชื่อจึงต่ำมาก ยอดปฏิเสธสินเชื่อประมาณร้อยละ 10 เป็นเรื่องปกติ ขณะที่คอนโดมิเนียมต้องรับจองก่อน ที่จะก่อสร้างและเมื่อเวลาผ่านไปถึงเวลาโอน ผู้กู้อาจจะกู้แล้วไม่ผ่าน เพราะข้อมูลไม่เหมาะสม หรืออาจมีลูกค้าบางส่วนพยายามยื่นเอกสารให้ตนเองกู้แล้วไม่ผ่าน เพราะไม่ต้องการโครงการนี้แล้ว ดังนั้นยอดปฏิเสธสินเชื่อประมาณร้อยละ 20 เป็นเรื่องปกติ