"บิ๊กป๊อก" ขอโทษหากสื่อสารไม่ถูกต้อง ยันยังไม่ปิดศูนย์กักตัวของรัฐ

"บิ๊กป๊อก" ขอโทษหากสื่อสารไม่ถูกต้อง ยันยังไม่ปิดศูนย์กักตัวของรัฐ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา กล่าวขอโทษ หากสื่อสารไม่ถูกต้องทำให้เข้าใจความหมายผิด ย้ำยังไม่มีการปิดศูนย์ควบคุมโรค เช่น ที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และในกรุงเทพฯ มีที่ รพ.บางขุนเทียน

วันนี้(12 มี.ค.)  ที่ศูนย์ข้อมูลมาตรการแก้ไขปัญหาจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือศูนย์ข้อมูลโควิด-19  พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา  รมว.มหาดไทย  แถลงว่า ตนย้ำว่ายังไม่มีการปิดศูนย์ควบคุมโรค เช่น ที่อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และในกรุงเทพฯ มีที่โรงพยาบาลบางขุนเทียน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ใช้ ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ขอย้ำว่ายังไม่มีการปิดศูนย์ย้ายคนที่อยู่ภายในศูนย์ไปอยู่ที่ภูมิลำเนาเดิมของเขา

ทั้งนี้ หากตนสื่อสารไม่ถูกต้อง ก็ต้องขอโทษด้วย ถ้าการพูดสื่อสารเมื่อวาน ทำให้เข้าใจความหมายผิด ต้องขอโทษ ส่วนการให้ผู้มีความเสี่ยงกลับไปกักตัวอยู่ภูมิลำเนานั้น กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการโดยให้จังหวัดต่างๆ บางจังหวัดได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากประชาชนและทางจังหวัดเองก็มีความพร้อมเป็นอย่างดี

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาโควิด-19 เราไม่เคยเจอ จึงต้องการความร่วมมืออย่างทันทีเร่งด่วน รอไม่ได้  แม้ไม่มีงบประมาณเลยก็ตาม นอกจากนี้ผู้ที่ถูกกับการอยู่ในพื้นที่จังหวัดของตัวเอง จะต้องเป็นคนจ่ายค่าอาหารเอง แต่ก็มีประชาชนและกาชาดจังหวัดเข้ามาช่วยบ้าง นี่คือสิ่งที่ตนต้องการสื่อสารให้ทุกคนได้รับรู้ ว่ามีคนส่วนหนึ่งในประเทศที่พยายามต้องการแก้ไข ปัญหาที่เกิดจากโควิด-19 ด้วยความตั้งใจ แม้บางเรื่องถูกมองว่าไม่เหมาะสม ไม่สะดวกสบาย แต่เป็นความพยายามที่พวกเขาพยายาม จะแก้ปัญหาให้ได้  

ส่วนกรณีที่ต้องย้ายบุคคลออกจากสถานที่กักกันของจังหวัด กลับไปอยู่บ้านของตัวเอง แล้วเกิดคำถามว่าจะมีประสิทธิภาพในการเฝ้าดูอาการหรือไม่นั้น ชี้แจงได้ ว่าเป็นไปตามอัตภาพที่เขาอยู่ โดยมีญาติพี่น้องดูแล และมีอาหารการกิน ได้รับความสะดวกสบาย และเพื่อสร้างความมั่นใจในการควบคุมการแพทยระบาดของโรค ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ที่ไปดำเนินการ ปฏิบัติตามกฎหมายสาธารณสุข ทำให้เขามีอำนาจหน้าที่ลงโทษผู้ฝ่าฝืน เพิ่มจากกำนันผู้ใหญ่บ้านซึ่งเดิมเป็นผู้มีอำนาจ ตามกฏหมายปกครองท้องที่

รมว.มหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ออกแนวทางให้บูรณาการกับทุกภาคส่วน  เป็นการสร้างความเข้าใจและร่วมกันดูแลระหว่างฝ่ายแพทย์กับทุกภาคส่วนรวมถึงญาติพี่น้องของแต่ละบุคคล ดังนั้นเรื่องการกักตัวไว้ที่บ้าน ทางแพทย์มั่นใจว่ามีประสิทธิภาพ นอกเหนือจากการมีบุคลากรทางการแพทย์หรือของทางสาธารณสุข เช่น อสม.ที่เข้าไปช่วยดูแล ซึ่งมีหน้าที่รายงานสภาพของแต่ละบุคคลเข้าส่วนกลางทุกวัน ยืนยันว่าการย้ายให้บุคคลเหล่านี้ไปควบคุมตัวเองในบ้านพักของตัวเอง จะทำให้เขาได้รับความสะดวกสบาย การควบคุมดูแลก็มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างแน่นอน

รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ส่วนกรณีแรงงานไทยผิดกฎหมาย ในประเทศเกาหลีที่ได้เดินทางกลับสู่ประเทศไทยแล้ว ปัจจุบันมียอดตั้งแต่วันที่ 23 ก.พ.-7 มี.ค.2563 มีจำนวน 1,882 คน ซึ่งทางจังหวัดมีการตามตัวพบแล้วและกักตัวอยู่ที่พำนัก พบว่ามีไข้ 24 คน ก็ได้ส่งให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการ และช่วงตั้งแต่วันที่ 8 -11 มี.ค.2563 มีจำนวน 798 คน อยู่ในศูนย์ควบคุมของรัฐ 370 คน และกักตัวเองอยู่ในที่พัก 406 คน มีไข้ 22 คน ได้ให้กระทรวงสาธารณสุขดำเนินการแล้ว

related