สรุปมติศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ! วิษณุ ยัน ไทยยังอยู่ในระยะที่ 2

สรุปมติศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ! วิษณุ ยัน ไทยยังอยู่ในระยะที่ 2

ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้แถลงถึงมติของศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ครั้งที่ 1 วันที่ 16 มีนาคม 63 โดยมติส่วนหนึ่งต้องนำเสนอ ครม. แต่บางส่วน มีผลบังคับใช้ได้ทันที ดังต่อไปนี้

1. ที่ประชุมยืนยัน สถานการณ์โควิด-19 ยังอยู่ในระยะที่ 2 ยังไม่เข้าสู่ระยะที่ 3

2.  ระยะที่ 3 จะประกาศ ต่อเมื่อปรากฏว่า มีประชาชนชาวไทยรับเชื้อติดต่อโรคกันเอง โดยสืบสาวราวเรื่องไม่ปรากฏว่า ต้นตอนั้นมาจากประเทศที่แพร่เชื้ออยู่ก่อน เป็นการติดต่อในหมู่คนไทย ในประเทศไทย ที่ไม่พบว่า ผู้แพร่เชื้อนั้นเดินทางมาจากต่างประเทศ และจะต้องติดต่อแพร่เชื้อเป็นจำนวนมากในหลากหลายพื้นที่

3. ถึงแม้ยังไม่ประกาศเข้าสู่ระยะ 3 แต่ได้มีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับสถานการณ์หากเข้าสู่ระยะที่ 3 เพื่อให้ประชาชนอุ่นใจ โดยมีการเตรียมความพร้อมในส่วนของสถานพยาบาล ทั้งของรัฐและเอกชน รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์

4. ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข เตรียมความพร้อมในเรื่องของยา และเวชภัณฑ์ ทั้งสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง และในระยะเริ่มต้น

สรุปมติศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ! วิษณุ ยัน ไทยยังอยู่ในระยะที่ 2

5. นายกฯ ได้อนุมัติค่าตอบแทนพิเศษให้แก่แพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ในสถานการณ์โควิด-19 เป็นกรณีพิเศษ

6. รมว.กระทรวงพาณิชย์รายงานว่า ได้เร่งกำลังการผลิตหน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์ โดยขณะนี้ได้เร่งกำลังการผลิตหน้ากากอนามัยได้วันละ 2 ล้านชิ้นแล้ว และจะพยายามผลิตให้มากขึ้น

นอกจากนี้ก็จะเร่งการผลิตแอลกอฮอลล์ ให้มากขึ้น โดยกระทรวงการต่างประเทศได้รายงานว่า ได้รับการแจ้งจากบางประเทศว่า พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือเรื่องยา อุปกรณ์ทางการแพทย์ และหน้ากากอนามัย กับไทย

7. นายกฯ สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศ จัดตั้งทีมไทยแลนด์ ขึ้นในทุกประเทศ เพื่อช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

8. กวดขันการเดินทางเข้าไทยให้เข้มงวดยิ่งขึ้น โดยประเทศที่ประกาศเป็นเขตติดโรค ได้แก่ 4 ประเทศ คือ จีน เกาหลีใต้ อิหร่าน อิตาลี และ 2 เขตปกครองพิเศษ คือ ฮ่องกง กับมาเก๊า จะใช้มาตรการเข้มงวดกวดขันสูงสุด แต่ประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการยังไม่ประกาศเป็นประเทศเขตติดโรค เพิ่มเติม ซึ่งจะขอประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน

9. เพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่โรคระบาดในวงกว้าง คณะกรรมการได้มีมติเป็นเอกฉันท์ ที่จะเสนอคณะรัฐมนตรี ในวันที่ 17 มีนาคม ให้งดวันหยุดราชการ ช่วงสงกรานต์ ในวันจันทร์ที่ 13 เมษายน  วันอังคารที่ 14 เมษายน วันพุธที่ 15 เมษายน โดยไม่ให้เป็นวันหยุดราชการ และไม่เป็นวันหยุดของภาคเอกชน แต่จะมีการชดเชยวันหยุด เมื่อสถานการณ์บรรเทาลง

สรุปมติศูนย์บริหารสถานการณ์ โควิด-19 ! วิษณุ ยัน ไทยยังอยู่ในระยะที่ 2

10. ที่ประชุมมีมติว่า จำเป็นต้องควบคุมสถานที่ที่มีผู้เข้าไปชุมนุมกันอยู่จำนวนมาก โดยตั้งเกณฑ์ 2 ข้อ ดังต่อไปนี้

เกณฑ์ที่ 1 สถานที่ใดที่มีผู้เข้าไปชุมนุมกันคราวละมากๆ และเป็นการชุมนุมอย่างต่อเนื่องเป็นกิจวัตร แล้วมีโอกาสเสี่ยงสูง เช่น มหาวิทยลัยรัฐและเอกชน โรงเรียน สถานกวดวิชา แต่หากมีทางเลือกหรือทางเลี่ยงให้คนมาชุมนุมได้ ทำกิจกรรมนี้โดยไม่ต้องชุมนุมได้ ให้ปิดกิจการเหล่านั้นไว้ก่อนเป็นการชั่วคราว ซึ่งน่าจะเริ่มได้ตั้งแต่วันพุธ ที่ 18 มีนาคมนี้เป็นต้นไป

เกณฑ์ข้อที่ 2 คือ สถานที่ที่มีการชุมนุมคราวละมากๆ เพื่อทำกิจกรรมบางอย่างร่วมกัน ที่มีการส่งเสียงเชียร์ มีการสัมผัส มีโอกาสที่แพร่เชื้อ เช่น สนามมวย สนามกีฬา ที่มีการสัมผัสถึงกัน หรือแม้แต่โรงภาพยนตร์ ก็อาจเข้าเกณฑ์นี้

โดยจะมีการเสนอ ครม. ให้ปิดสถานที่ที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว เป็นการชั่วคราว

ส่วนสถานที่อื่นๆ เช่น ร้านค้า ร้านอาหาร ที่ไม่ได้เข้าเกณฑ์ข้างต้น ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่จะต้องมีมาตราการในการป้องกัน และรองรับ เช่น ยิงเลเซอร์ตรวจอุณหภูมิวัดไข้ มีเจลล้างมือ เป็นต้น

11. จะกำหนดมาตรการเลื่อมเวลาการทำงาน และรับประทานอาหารของทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้เข้า-ออกงานไม่พร้อมกัน และในส่วนของกระทรวงต่างๆ หน่วยงานของรัฐต่างๆ อาจจะมีการให้งานไปทำที่บ้าน

12. ให้เลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทต่างๆ ในตลาดหลักทรัพย์ ในช่วงเดือนเมษายน ออกไป หรือใช้เทคโนโลยีประชุมทางไกลแทน

related