
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 3 ก.ค. 60 -- ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ห้องแกรนด์ไดมอนด์บอลรูม เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดการประชุมประจำปี 2560 ของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พร้อมกล่าวปาฐกถา เรื่อง "ขับเคลื่อนแผนฯ 12 สู่อนาคตประเทศไทย"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ประเทศไทยมีคนอยู่หลายกลุ่มหลายประเภท โดยทั้งหมดกำลังเดินเข้าสู่เส้นชัยหลังหยุดเดินมาเป็นเวลานาน ซึ่งการหยุดเดินเหมือนการเดินถอยหลัง เนื่องจากประเทศอื่นเดินไปข้างหน้า ดังนั้นวันนี้เราต้องเร่งเดินเข้าสู่เส้นชัย ซึ่งโรดแม็ปของรัฐบาลได้กำหนดและวางแผนงานไว้ทั้งหมดแล้ว โดยเป็นการวางตามขั้นตอน 1-2-3 วันนี้ถือว่าอยู่ในขั้นที่ 2 เป็นสิ่งที่รัฐบาลและ คสช. เป็นผู้วางไว้ว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร ตามที่ทุกคนทราบว่าตน และ คสช. เข้ามาอย่างไร เพื่ออะไร ดังนั้น จะไม่ขอกลับไปพูดเรื่องเดิม ๆ แต่อยากให้ทุกคนเปรียบเทียบดูว่า หลักคิดในการเดินหน้าประเทศสู่อนาคตตามวิสัยทัศน์ มั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืนมีความชัดเจนแค่ไหน และที่ผ่านมาเคยเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อไม่เคยมีก็ต้องรอดูว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ทุกอย่างจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลง ถ้ายังคิดแบบเดิม ติดกับปัญหาเดิม ก็ไปไหนไม่ได้
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ถ้าย้อนกลับไปดูประเทศไทยเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา เคยมีการเปลี่ยนแปลง ปฏิรูปเศรษฐกิจมาครั้งหนึ่ง มีเศรษฐกิจที่โชติช่วงชัชวาล มีการแปลงสนามรบเป็นสนามการค้า แต่จากนั้นมาก็คงสภาพเดิม วันนี้ทุกคนต้องร่วมมือกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ซึ่งขณะนี้เราอยู่ในช่วงที่ 2 ของแผนการปฏิรูป ก่อนที่จะส่งต่อไปยังรัฐบาลหน้า จึงถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเดินไปข้างหน้า ที่ผ่านมาเป็นเพียงการลดปัญหาอุปสรรค และสิ่งที่ฉุดรั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย อุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งเรื่องของการปฏิบัติ ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเกิดปัญหามากพอสมควร
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า แต่การดำเนินการตามแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 12 (2560-2564) ซึ่งเดินมา 9 เดือนแล้ว เดินหน้ามาพอสมควร ถ้าสามารถเดินตามแผนนี้ได้ก็จะสามารถส่งต่อไปยังแผนต่อไปได้ ซึ่งอีก 20 ปี ประเทศไทยก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น แผนทุกแผนดีหมดแต่อยู่ที่การปฏิบัติ ซึ่งตนเชื่อมั่นว่าทุกคนในประเทศไทยมีขีดความสามารถเพียงพอ หลายครั้งเราสามารถรวมพลังจนผ่านวิกฤต ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ตนอยากให้ถือว่าไม่ใช่วิกฤตการณ์ของประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน แต่เป็นวิกฤตการณ์ของประเทศไทยในการที่จะทำให้คนไทยมีความสุขมากขึ้น ทุกคนจึงต้องช่วยกันทำแผนพัฒนาฯฉบับที่ 12 ซึ่งเป็นฐานราก ให้ไปสู่ความเข้มแข็ง และแข็งแกร่ง แก้ไขจุดอ่อนของประเทศที่มีหลายอย่าง รวมทั้งพัฒนาจุดแข็งต่อไป
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าการทำแผนของรัฐบาลไม่ได้ไปผูกมัดใครไว้ตรงไหน และไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาลก็สามารถทำได้หมด ไม่ได้ล็อคว่าใครจะต้องทำอย่างไร เพียงแต่ตีกรอบไว้ให้ไปสู่เป้าหมายในการปฏิรูป ซึ่งทุกรัฐบาลต้องดูแลเน้นให้ความสำคัญกับประชาชนฐานราก เนื่องจากรายได้น้อย ยังมีรายได้ และความสุขไม่เพียงพอ แต่ไม่ใช่คิดถึงคำว่ารวยอย่างเดียว เสร็จแล้วก็จะเกิดปัญหาเหมือนที่ผ่านมา การบริหารราชการแผ่นดินจะต้องมีหลักการมากกว่าที่ผ่านมา เป้าหมายที่เราอยากเห็นคือ ประเทศไทยมีการพัฒนาแล้ว เหมือนนานาอารยประเทศ ทั้งทางกายภาพ และจิตใจ รวมถึงความคิด และศักยภาพของคน ทำอย่างไรจะให้ทุกคนกินอิ่ม นอนหลับ และมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สังคมมีความปรองดองสมานฉันท์อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มนุษย์ถ้าไม่กลมกลืนกันทุกอย่างก็ยุ่งไปหมด สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร ให้โอวาทว่า ความมุ่งหมายของการประพรมน้ำมนต์นั้น ไม่ใช่ว่าใครก็อยากได้รับน้ำมนต์เพื่อความศักสิทธิ์ เพื่อได้เลื่อนยศตำแหน่ง มันไม่ใช่แต่น้ำมนต์เป็นสิ่งแสดงให้เห็นว่าทุกคนมารวมกันเพื่อฟังพระเทศน์ แล้วได้น้ำมนต์ไปถือเป็นการผสมผสาน เหมือนน้ำไม่ว่าจากที่ไหนเมื่อมารวมกันผสมผสานกันอยู่ในขันใบเดียวกัน ถือว่าเป็นน้ำที่ผสมกลมกลืน เราต้องทำให้ได้แบบนั้น เนื่องจากวันนี้เรายังเป็นน้ำที่ไม่ผสมกลมกลืนเท่าไหร่
"จะเห็นได้ว่าหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ ทีวีทุกช่องวุ่นวายอยู่กับเรื่องของผม ที่ว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ บ้าบอคอแตกกันอยู่นั้น วันนี้จะเป็นจะตาย เพราะฉะนั้นอย่าไปสนใจใครอยากพูดอะไรก็พูดไป มันเรื่องของผม ตอบชัดเจนแบบนี้แล้วอย่ามาถามผมอีก ถามกันอยู่ได้"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ใน 5 ปีนี้ประเทศจะต้องเดินได้ ถ้าเราไม่มีความหวังอะไรเลย 20 ปีก็ไม่สำเร็จ จึงต้องตั้งความหวังว่าต้องสำเร็จ เราจะต้องผ่านเวลาอันวิกฤตไปให้ได้ ต้องมาคอยระมัดระวังทุกเรื่อง ขณะที่ต่างประเทศก็จับตาดูเรา การค้าขายก็ไม่เดินไปข้างหน้า ทุกวันนี้ต่างประเทศสนใจเรื่องเศรษฐกิจ ตนดีใจที่เราตื่นตัวเรื่องกฎหมายและการปฏิรูป แต่อย่าเอาทั้งหมดมาตีกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตอนนี้ปัญหามันเยอะอยู่ต้องช่วยกันคิดแก้ไขว่าการปฏิรูปจะทำกันอย่างไร ปัญญาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เลวทั้งหมด การศึกษา ตำรวจ กระบวนการยุติธรรมไม่ได้เลวร้ายมากมาย แต่ก็ยอมรับว่าสังคมส่วนรวมต้องมีปัญหา คนดีก็มี คนเลวก็มี ทำอย่างไรจะให้คนดีได้ทำงาน คนไม่ดีได้ออกไป ก็ต้องมีกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่เชื่อกระบวนการยุติธรรมแล้วจะมีวิธีการอะไร ด่ากันทุกวันเดี๋ยวมันลาออกเองหรือไง มันไม่ใช่"