
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
เอกชนเฮ! คสช. มีมติขยายเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.แรงงานต่างด้าว อีก 6 เดือน แต่ไม่แน่ใจว่า แก้ปัญหาทัน ภาคอสังหาฯ ชี้งานก่อสร้างล่าช้าแน่ คนงานขาดต้นทุนพุ่ง ฟันเงินกินเปล่าเท่าตัว “ซูจี” วอนเห็นแก่สัมพันธ์
วันที่ 5 ก.ค. 60 -- นสพ.ฐานเศรษฐกิจ สื่อในเครือ สปริง กรุ๊ป ฉบับ 3276 ระหว่างวันที่ 6-8 ก.ค. 2560 รายงานว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อวันที่ 4 ก.ค. มีมติขยายกรอบเวลาบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจักการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 ออกไปอีก 6 เดือน มีผลตั้งแต่ 23 มิ.ย. 2560 จนถึง 1 ม.ค. 2561 เพื่อให้แรงงานที่ทำผิดกฎหมายไปดำเนินการทางเอกสารจดทะเบียนให้ถูกต้องใน 4 มาตรา คือ มาตรา 101 ว่าด้วยการเอาผิดลูกจ้าง, มาตรา 102 ว่าด้วยการเอาผิดนายจ้างที่รับคนมาทำงานในอาชีพพิเศษบางอย่างโดยไม่ได้รับอนุญาต, มาตรา 122 ว่าด้วยการรับคนที่ไม่มีใบอนุญาตมาทำงาน และมาตรา 119 ว่าด้วยการทำงานโดยไม่มีหนังสือแจ้งนายทะเบียนทราบต่อเรื่องนี้
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. กล่าวว่า เป็นเจตนาดีและเอกชนพอใจกับการขยายเวลา แต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถประเมินได้ว่า ระยะเวลาเพียงพอกับการแก้ปัญหาหรือไม่ เนื่องจากต้องดูจำนวนแรงงานที่นายจ้างจะนำเข้ามาจดทะเบียนว่ามีมากน้อยแค่ไหน
“เอกชนเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาแรงงาน เพราะจะทำให้แรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบและถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศดีขึ้น”
ด้าน นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่ภาครัฐกำหนดบทลงโทษสูงสุด 4 แสนบาท หากมีการกระทำความผิดใช้แรงงานทาสหรือมีการค้ามนุษย์ แต่อยากให้รัฐปรับปรุงรายละเอียดหรือยกเลิกบทลงโทษ สำหรับการใช้แรงงานทำหน้าที่อื่น ที่ยังอยู่ในข่ายการทำงานที่ถูกกฎหมาย เพื่อให้ทำงานได้คล่องตัว แต่ยอมรับว่า มีความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มโทษปรับ อาจจะเป็นช่องว่างให้มีการรับสินบทได้ ดังนั้น รัฐจึงควรแยกประเภทโทษปรับให้ชัดเจนด้วย
สอดคล้องกับที่ นายสุชาติ จันทรานาคราช รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ดูแลด้านแรงงาน เปิดเผยว่า จะลดความตื่นตระหนกของแรงงานที่จะไหลออก ก็จะไม่ไหลออก ขั้นตอนจากนี้ ภาคเอกชนในนาม กกร. ขอมีส่วนร่วมในการพิจารณาเสนอแนะกฎหมายอนุบัญญัติ 39 ฉบับ ก่อนประกาศใช้ เพื่อให้การบังคับใช้ พ.ร.ก.การบริหารจัดการการทำงานแรงงานต่างด้าว พ.ศ. 2560 เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพ
ส่วนนายเลิศมงคล วราเวณุชย์ เลขาธิการ สมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลใช้กฎหมายแรงงานต่างด้าวใหม่ เชื่อว่างานก่อสร้างทั้งระบบทั้งเอกชนและรัฐ จะก่อสร้างล่าช้าทุกโครงการ เนื่องจากไม่มีแรงงานและเกิดต้นทุนที่ตามมา ซึ่งประเมินค่าไม่ได้ เพราะปัจจุบันใช้แรงงานต่างด้าวแทบทั้งสิ้น ซึ่งค่าแรงที่เป็นทุนต่ำสุด 300 บาท/วัน เป็นชั้นกรรมกร ส่วนแรงงานฝีมือจะอยู่ที่ 400-500 บาท/วันแล้ว ขณะที่คนไทยไม่ทำงานรูปแบบนี้อยู่แล้ว
แหล่งข่าวระดับสูงจากธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัทนายหน้าหาคนงานปรับขึ้นค่าดำเนินการหรือเงินกินเปล่าในการจัดหาแรงงานต่างด้าวจาก 3,000-3,500 บาท เป็น 7,000-8,000 บาท เนื่องจากแรงงานถูกกฎหมายหายากและขาดแคลนหนักในช่วงนี้
ทั้งนี้ ผู้ประกอบการอยากเสนอให้จดทะเบียนแบ่งแยกแรงงานเป็นประเภท เพื่อง่ายต่อการควบคุม เพราะลักษณะงานต่างกัน เช่น แรงงานโรงงานอุตสาหกรรม, ประมง, งานบริการ, ก่อสร้าง และเกษตร ฯลฯ ทั้งยอมรับเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อต้นทุนผู้ประกอบการ
ด้าน นายมนัส บุญพัฒน์ นายกสมาคมคนกรีดยางและชาวสวนยางรายย่อยแห่งประเทศไทย (สคย.) กล่าวถึงสถานการณ์โรงงานวิสาหกิจ สหกรณ์ยางพาราที่อยู่ภาคใต้หลายโรงงานยังปิดอยู่กว่า 50% เนื่องจากผู้ประกอบการยังไม่ไว้วางใจ แม้ว่าจะได้ยินข่าวว่าจะใช้ ม.44 ขอรอความชัดเจนก่อนให้แน่ใจ
ส่วนแรงงานต่างด้าวที่ทำงานในภาคบริการ พบว่า ธุรกิจโรงแรมใช้น้อยมากเพียง 1-2% แต่ธุรกิจร้านอาหารขนาดกลางและขนาดเล็กทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 30% ได้รับผลกระทบ เนื่องจากใช้แรงงานต่างด้าวเป็นหลัก แต่ที่ห่วง คือ ปัญหาจากแรงงานทะลักกลับบ้าน จะส่งผลกระทบกับห่วงโซ่ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าพนักงานส่งน้ำแข็ง ที่ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างด้าวทั้งสิ้น ซึ่งจะทำให้ร้านค้าขาดวัตถุดิบ
“ซูจี” วอนขอผ่อนปรน
เบอร์มา นิวส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (บีเอ็นไอ) สื่อของเมียนมารายงานว่า นางอองซาน ซูจี ที่ปรึกษาแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเมียนมา ได้เข้าพบ นายจักร บุญหลง เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อหารือเกี่ยวกับสถานการณ์แรงงานเมียนมาในไทย และขอให้ประวิงเวลาในการบังคับใช้กฎหมาย