ภูเก็ต กักตัวบุคลากรแพทย์ 112 คน หลังผู้ป่วยโควิดปิดข้อมูล ก่อนเสียชีวิต

ภูเก็ต กักตัวบุคลากรแพทย์ 112 คน หลังผู้ป่วยโควิดปิดข้อมูล ก่อนเสียชีวิต

ผอ.โรงพยาบาลวชิระฯ แจง นทท.ฮังการีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ แต่ตรวจพบติดเชื้อโควิด 19 เหตุเพราะไม่ให้ข้อมูล ต้องสั่งกักตัวบุคลากรทางการแพทย์ 112 คน

กักตัวบุคลากรแพทย์ 112 คน

ภูเก็ต นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัดภูเก็ตครั้งที่ 17/2563 เพื่อติดตามสถานการณ์โควิด-19 และการออกมาตรการเพิ่มเติม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

ในการประชุมครั้งนี้นายเเพทย์เฉลิมพงษ์ สุคนธผล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ได้ชี้แจงกรณีการโพสต์ข่าวและแชร์ข้อมูลการเสียชีวิตของชาวฮังการีในโซเชียลมีเดียว่า ชายชาวฮังการีอายุ 25 ปี ได้ประสบอุบัติเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ล้มเองได้รับบาดเจ็บ เหตุเกิดที่บริเวณสามัคคีซอย2 บ้านใสยวน ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพศูนย์ช่วยเหลือนักท่องที่ยวองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต หรือศูนย์ไข่มุกได้ช่วยเหลือและนำส่ง โรงพยาบาลฉลอง ในเวลาประมาณ 04.30 นาทีของวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา ต่อมาในเวลาประมาณ 05.30 น. ได้นำส่งต่อมายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ซึ่งขณะนั้นผู้ป่วยยังรู้สึกตัว ยังพูดคุยได้ โดยมีอาการชา แขนขาอ่อนแรงทั้งสองข้าง และมีอาการมึนเมา โดยผู้ป่วยไม่ได้แจ้งประวัติความเสี่ยงการสัมผัสกับผู้ติดเชื้อโรคโควิด-19 หรือประวัติการเดินทางมาพื้นที่เสี่ยงแต่อย่างใด

หลังจากมาถึงที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่ได้ทำการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย พบว่ากระดูกสันหลังต้นคอท่อนที่ 6 หัก และเส้นประสาทไขสันหลังบริเวณต้นคอได้รับบาดเจ็บ(ฉีกขาด) จึงได้ทำการผ่าตัดทันที ในเวลาประมาณ 15.30 น. ของวันที่ 25 มีนาคม 2563 โดยหมอสัญญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านกระดูกสันหลัง 2 ท่าน รวมทั้งวิสัญญีแพทย์และพยาบาล หลังจากผ่าตัดผู้ป่วยรู้สึกตัวดี พูดคุยได้ แขนขาทั้งสองข้างยังขยับไม่ได้ เป็นผู้ป่วยที่นอนติดเตียง หลังจากนั้นคนไข้ก็ยังพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลและได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดโดยตลอด ต่อมาในวันที่ 27 มีนาคม มีการย้ายหวอดไปอีกตึกหนึ่ง ก่อนที่ในเวลาประมาณ 02.00 น.ของวันที่ 28 มีนาคม คนไข้บ่นว่ามีอาการปวด แพทย์จึงให้ยาแก้ปวด และเริ่มทำกายภาพบำบัดเพื่อให้ร่างกายมีการฟื้นฟูแขนขา

ถัดมาในวันที่ 29 มีนาคม 2563 เพื่อนจากซอยบางลา หาดป่าตองมาเยี่ยม ทำให้ทางทีมแพทย์เริ่มสงสัยว่าผู้ป่วยจะมีประวัติไปเที่ยวที่บางลามาหรือไม่ ก่อนทำการสอบถามอีกครั้ง เมื่อซักไปซักมาจนทราบว่าผู้ป่วยอยู่ที่บางลาประมาณ 2 สัปดาห์ และก่อนหน้าจะมาที่ภูเก็ตนั้นได้เดินทางมาจากประเทศมาเลเซียเพื่อนบ้าน จึงสันนิษฐานว่าเป็นเคสที่มีความเสี่ยงต้องสงสัยโควิด-19 ทางแพทย์จึงได้ทำการตรวจวินิจฉัยโควิด-19 ในวันที่ 30 มีนาคม และผลออกมาวันที่ 31 มีนาคม พบว่าเป็นบวก จึงเข้าสู่กระบวนการทันที โดยพบว่าผู้ป่วยมีอาการไม่ค่อยดีมีอาการไข้สูงและหายใจลำบากขึ้นจนกระทั่งวันที่ 2 เมษายน ก็พบว่ามีการติดเชื้อในกระแสเลือด และในวันที่ 3 เมษายนก็ยังมีอาการเป็นไข้เริ่มและมีอาการหยุดหายใจในเวลาประมาณ02.40 น.ทีมแพทย์ได้ทำการปั๊มหัวใจช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถ แต่ก็ไม่สามารถที่จะกู้ชีวิตผู้ป่วยได้

ทั้งนี้สรุปสาเหตุของการตายในเคสนี้ได้ว่า เกิดจากไขสันหลังบาดเจ็บ เนื่องจากกระดูกสันหลังสุดของต้นคอหัก จากอุบัติเหตุจราจร ร่วมด้วยอาการปอดอักเสบจากการติดเชื้อโควิด 19 รวมระยะเวลาการรักษาในโรงพยาบาล 10 วัน

อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสะเทือนใจพอสมควร เนื่องจากผู้ป่วยรายนี้ไม่ได้แจ้งประวัติความสุ่มเสี่ยงโควิด 19 ตั้งแต่แรก ทำให้มีบุคลากรทางการแพทย์ที่เข้าไปช่วยเหลือกลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงสัมผัสเชื้อทั้งหมด โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีที่เข้าไปเกี่ยวข้องสัมผัสผู้ป่วยทั้งหมด 112 คน สัมผัสความเสี่ยงต่ำ 8 คนสัมผัสความเสี่ยงสูง 104 คนโดยใน 104 คนให้พักเพื่อจะเก็บตัว 14 วัน แบ่งเป็นที่โรงแรมแกรนด์สุพิชฌาย์,มอ.ภูเก็ต และที่บ้าน รวม 104 คนและขณะนี้ได้รับการตรวจไปแล้ว 94 คน พบว่าผลเป็นลบ และรอตรวจอีก 18 คน

 

related