สุดสงสาร 3 เด็กเมียนมา แม่ถูกจับอาศัยอยู่กับตายาย ถูกพ่อเลี้ยงชาวไทย ทั้งตี ยกโต๊ะฟาด ล่าสุดใช้มีดฟัน เพื่อนบ้านทนไม่ไหวขอตำรวจเข้าช่วย เจ้าตัวอ้างตีสั่งสอน
จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสภาพเด็กชายวัย 11 ขวบ ตามร่างกายมีรอยเขียวซ้ำทั้งตัว และที่บริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ พร้อมข้อความว่า "ถึงเขาจะเป็นคนพม่า เขาก็เป็นคนเหมือนกัน เห็นแล้วสงสารมาก พ่อเลี้ยงตี ตีเกือบทุกวัน ตอนนี้หมอต้องให้เด็กนอนโรงพยาบาล เป็นเยอะมาก ตีจนหัวแตก ตีจนขาแตก เขียวทั้งตัว พ่อเลี้ยงเป็นคนไทย"
วันที่ (12 เม.ย.63) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง พบกับครอบครัวชาวเมียนมา เล่าว่า คนที่ทำร้ายเด็กคือพ่อเลี้ยงชาวไทย อายุ 35 ปี ซึ่งได้อยู่กินหญิงชาวเมียนมา อายุ 33 ปี แม่ของเด็กที่ถูกทำร้ายมากว่า 2 ปี โดยหญิงชาวเมียนมา มีลูกติด 2 คน อายุ 11 ปี และ 7 ปี และมีลูกกับชายชาวไทยคนดังกล่าว 1 คน อายุขวบเศษ ต่อมาแม่ของเด็กถูกจับคดียาเสพติด ทำให้เด็กทั้งสามคน อาศัยอยู่กับตาและยาย
ที่ผ่านมาพ่อเลี้ยงชาวไทยจะมารับเด็กทั้ง 3 คน ในช่วงที่ตากับยายไม่อยู่ และนำมาส่งกลับบ้านไม่เป็นเวลา เมื่อเด็กกลับมาก็จะพบรอยถูกตีจนเขียวซ้ำไปทั้งตัว ซึ่งในครอบครัวรู้มาโดยตลอดว่าเด็กถูกทำร้าย แต่ไม่สามารถพูดอะไรได้เพราะเป็นคนต่างด้าว และกลัวว่าจะถูกทำร้าย จึงทนให้ทำร้ายเด็กๆ โดยไม่กล้าแจ้งความ แต่ได้วางแผนไว้ว่าจะเดินทางกลับบ้านที่ประเทศเมียนมา แต่มาเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จึงทำให้ไม่สามารถเดินทางกับประเทศได้ กระทั่งมาเกิดเหตุล่าสุด หลาน 11 ขวบ ถูกทำร้ายอย่าหนัก
จากการสอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า เธอรู้มาตลอดและรับไม่ได้กับการกระทำของพ่อเลี้ยง ทุกครั้งทีเด็กถูกรับไปและถูกตีถูกทำร้ายกลับมา ก็จะมาเล่าให้เธอฟังทุกครั้ง แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่ปลอบใจ กระทั่งล่าสุดที่พ่อเลี้ยงทำร้ายจนหัวแตก เธอรู้สึกรับไม่ได้และกลัวว่าหากไม่ทำอะไรเด็กอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงตัดสินใจแจ้งตำรวจ
ด้านพ.ต.ท.พงษ์ธร เขมราฐ รองผกก.สภ.เมืองราชบุรี เปิดเผยว่า เรื่องนี้ทางพนักงานสอบสวนสภ.เมืองราชบุรี ได้รับการประสานจากมูลนิธิ ปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี ให้เข้าช่วยเหลือเด็กคนดังกล่าว ตำรวจได้ไปตรวจสอบพบว่าเด็กมีร่องรอยถูกทำร้าย และได้นำตัวพ่อเลี้ยงมาสอบสวนเบื้องต้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว และสิทธิเด็ก ทางตำรวจจึงต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบต่อไป