
ติดตามข่าวสารwได้ที่ https://www.springnews.co.th
เมื่อวันที่ 16 เมษายนที่ผ่านมา นับเป็นวันแรกที่โรงงานผลิตหน้ากากอนามัยในเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซี.พี.) เปิดการผลิตอย่างเป็นทางการ หลังจาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือ ซี.พี. ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 5 มีนาคมว่า มีการตัดสินใจทุ่มเงินกว่า 100 ล้านบาท เพื่อดำเนินการสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัย ด้วยการดัดแปลงอาคารชั้น 3 เดิมของบริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม จำกัด ที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ให้เป็นห้องปลอดเชื้อ และเหมาะสมกับการใช้เครื่องจักร ผลิตหน้ากากอนามัย
โดยโรงงานดังกล่าวเป็นระบบอัตโนมัติที่จะใช้แรงงานคนเพียง 1 คน ในการควบคุมเครื่องจักร ผลิตเป็นหน้ากากอนามัย และสายคล้องหู ซึ่งทาง ซี.พี.คิดค้นนวัตกรรมในการบรรจุผลิตภัณฑ์ให้ปลอดเชื้อ ซึ่งได้เทคโนโลยี เอไอ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
ทั้งนี้ได้มีการวางแผนเอาไว้ว่า หน้ากากอนามัยลอตแรก 1 แสนชิ้น จะนำมาแจกฟรีแก่บุคลากรทางการแพทย์รวมถึงประชาชน โดยผ่านโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และกระจายไปยังโรงพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ และได้มีการตั้งเป้าผลิตได้เดือนละ 3 ล้านชิ้น การลงทุนครั้งนี้ไม่เพียงจะช่วยประชาชนให้มีหน้ากากอนามัยใช้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเป้าหมายที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลด้วย
โดยล่าสุดในการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้เห็น “มาตรการการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนโดยเร็ว สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์” เพื่อส่งเสริมการผลิตผลิตภัณฑ์ที่ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีของประชาชนในประเทศ ในสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า ขณะนี้ (ม.ค.-มี.ค. 2563) มีอุตสาหกรรมทางการแพทย์ที่ได้รับอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนแล้ว และอยู่ระหว่างการติดตั้งเครื่องจักร จำนวน 7 โครงการ ทั้งหมดเป็นการลงทุนใหม่ เงินลงทุนรวมประมาณ 392.1 ล้านบาท ตั้งในพื้นที่ จ.ระยอง 2 โครงการ, สมุทรปราการ 1 โครงการ, ปทุมธานี 1 โครงการ, ชลบุรี 1 โครงการ, นนทบุรี 1 โครงการ และกรุงเทพฯ 1 โครงการ
[caption id="attachment_651904" align="aligncenter" width="1490"]
โดยทั้ง 5 โครงการเป็นบริษัทสัญชาติไทย และมีอีก 1 โครงการเป็นนักลงทุนจากประเทศไต้หวัน และอีก 1 โครงการเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างไทยกับจีน ซึ่งหนึ่งในจำนวนนี้ คือ โรงงานผลิตหน้ากากของ ซี.พี.
“การลงทุนของ ซี.พี.เข้าเงื่อนไขการลงทุนตามมาตรการดังกล่าว จะได้สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล 3 ปี และยกเว้นภาษีเครื่องจักร และแน่นอนว่าตามเงื่อนไขยังได้กำหนดไว้อีกว่า โครงการและต้องเริ่มผลิตและมีรายได้ภายในวันที่ 31 ธ.ค. 2563 สำคัญคือต้องจำหน่ายและหรือบริจาคภายในประเทศอย่างน้อย 50% ของปริมาณที่ผลิตได้ในปี 2563-2564”
ดังนั้น หากเป้าหมายของ ซี.พี. คือ การผลิตเพื่อบริจาคแจกฟรีแก่บุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชน ก็เข้าเกณฑ์เงื่อนไขที่กำหนดให้สำหรับภายในประเทศ 50% ภายในปี 2564 จะได้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่ม 50% เป็นเวลา 3 ปี ซึ่งต้องพิสูจน์เมื่อสิ้นปี 2564
ติดตามข่าว ล่าสุด “COVID-19”
กดที่ลิ้งค์นี้ —> https://bit.ly/2UxjSwR
#โควิด19 #Covid_19 #COVID19 #ข่าวจริง #สปริงนิวส์ #Springnews #COVID2019 #coronavirus #ไวรัสโคโรนา #โควิท19
เรื่องน่ารู้จาก COVID-19
อ่านข่าวแนะนำ >>> แพทย์แนะ มาตรการต้องมีในที่ชุมนุมชน รับมือไวรัสโควิด-19
https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/623982
อ่านข่าวแนะนำ >>> 4 ทริค รับมือ COVID-19 มฤตยูร้ายสายพันธุ์ใหม่ ให้อยู่หมัด
https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/627250
อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธี กักกันตัวเอง ที่บ้าน ทำอย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด
https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/630786
อ่านข่าวแนะนำ >>> Social Distancing ระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ
https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/631471
อ่านข่าวแนะนำ >>> วิธีรับมือ ความวิตกกังวลจากการระบาดของไวรัสโควิด-19
https://www.springnews.co.th/alive/lifestyle/634538