“วิษณุ” เผย “บิ๊กตู่” แจกโจทย์3ข้อใหญ่ ให้36อรหันต์ ปฏิรูปตร. ต้องจบภายใน1ปี

“วิษณุ” เผย “บิ๊กตู่” แจกโจทย์3ข้อใหญ่ ให้36อรหันต์ ปฏิรูปตร. ต้องจบภายใน1ปี

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

“วิษณุ” เผย “บิ๊กตู่” สั่งเชิญอธิบดีกรมตำรวจ-อดีตผบ.ตร.ให้ความเห็นปฏิรูป พร้อมให้โจทย์ 3 ข้อใหญ่ 36 อรหันต์ต้องตอบให้ได้ ขีดเส้น 1 ปีจบ ปัญหาโยกย้าย คัดลายมือเขียนโรดแม็ป 2-3-4 ให้กรรมการเดินตาม แจงเสียงครหาตั้งสีกากีปฏิรูปตัวเอง ชี้ให้โควตาตามรธน.กำหนด ติงอย่าวิจารณ์ให้ร้าวฉานทหารปฏิรูปตำรวจ

วันนี้ (7 ก.ค. 60) - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวภายหลังประชุมคณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า นายกฯมอบหมายให้ตนมาชี้แจงใน 3 ประเด็น ประเด็นแรกคือที่มาที่ไปของคณะกรรมการ 2.การทำงานเชิงธุรการ 3.เนื้อหาสาระการปฏิรูป

ประเด็นแรกนั้น เมื่อมีการแต่งตั้งคณะกรรมการทั้ง 36 คน แล้วมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีตำรวจนั่งเป็นคณะกรรมการหลายคน เป็นเรื่องที่รัฐธรรมนูญล็อกสเปกไว้ว่าต้องมีจำนวนตำรวจเท่ากับผู้ที่ไม่เป็นตำรวจจำนวนเท่ากัน อีกทั้งโครงสร้างตามรัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ว่าต้องมีประธานคณะกรรมการ 1 คนที่ไม่ใช่ตำรวจ แต่ต้องเข้าใจงานที่เกี่ยวกับตำรวจ การจัดระเบียบองค์กรและความมั่นคง ซึ่งเหลือตัวเลือกว่าต้องเป็นพลเรือนหรือทหาร เดิมทีความตั้งใจของนายกฯได้หาคนที่เป็นพลเรือนที่มีความเข้าใจดังกล่าว ได้ทาบทามหลายคน แต่เนื่องจากระยะเวลากระชั้นชิด 9 เดือนต้องจบ ก็ไม่มีคนรับ คนดีๆ ดังๆก็มี แต่ลำบากเรื่องการทำงาน รวมทั้งมีปัญหาสุขภาพและความลำบากในการทำงาน จึงขอไม่รับและขอเป็นเพียงที่ปรึกษา จึงมาตกที่พล.อ.บุญสร้าง ถึงแม้จะเป็นทหารแต่เกษียณมาเป็น10ปีแล้ว และที่สำคัญมีความเข้าใจด้านความมั่นคง การจัดระเบียบองค์กรและโครงสร้างเพราะทำงานนี้มาตลอดชีวิต ถึงตำแหน่งสุดท้ายเป็นถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด เชื่อว่าจะมีความเข้าใจในส่วนนี้จึงให้เป็นประธาน ขณะที่กรรมการอีก 5 คน ที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้โดยตำแหน่ง มีปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการคลัง มหาดไทย อัยการสูงสุด และเลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ส่วนกรรมการที่เหลือเป็นตำรวจ 15 คน ไม่ใช่ตำรวจ 15 คน รวม 36 คน อันนี้คือที่มาที่ไป อย่าไปวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดความร้าวฉาน ว่าทหารจะมาปฏิรูปตำรวจ นอกจากนี้คณะกรรมการยังมีตัวแทนจากภาควิชาการ สื่อสารมวลชน

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ประเด็นที่2 การทำงานเชิงธุรการ จะมีการประชุมกันครั้งแรกในวันพุธที่ 12 กรกฎาคม หลังจากนั้นจะประชุมกันสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ส่วนสถานที่ประชุมจะหมุนเวียนไป ทั้งกองบัญชาการกองทัพไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)สำนักงานสภานิติบัญญัติแห่งชาติและวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร(วปอ.)แล้วแต่ความสะดวก จะมีการตั้งคณะอนุกรรมการ โดยจะตกลงกันในการประชุมสัปดาห์หน้าว่าจะมีกี่ชุด อีกทั้งมีการเสนอให้ตั้งคณะอนุกรรมการรับฟังความคิดเห็น โดยนายกฯมีคำสั่งให้ไปเชิญอดีตอธิบดีกรมตำรวจและผบ.ตร.ทุกคน ที่เต็มใจมาให้ความเห็น ก็จะเชิญมา รวมถึงต้องไปรับฟังความคิดเห็นของตำรวจ สื่อฯ ประชาชนกลุ่มต่างๆด้วย นอกจากนี้เรื่องการปฏิรูปตำรวจมีการวิจัยมากมายทั้งสปช.สปท.สนช.สตช.กระทรวงยุติธรรม นายกฯกำชับให้นำรายงานทั้งหมด รวมถึงชุดที่นายคณิต ณ นคร และนพ.ประเวศ วะสี เคยทำมาย่อยให้สั้น จัดเป็นหัวข้อให้สั้นและแจกกรรมการเพื่อประกอบการพิจารณา

นายวิษณุกล่าวอีกว่า ส่วนเนื้อหาสาระการทำงาน นายกฯให้แนวทางเป็นประเด็นใหญ่ 3 ประเด็น ซึ่งเป็นโจทย์ที่กรรมการทั้ง 36 คนต้องตอบ

1.คือประเด็นเกี่ยวกับองค์กร ให้ไปพิจารณาว่าสตช.ต้องสังกัดที่ใด เช่น จะอยู่ที่เดิม หรือกลับไปมหาดไทย หรือไปอยู่กระทรวงยุติธรรมหรือขึ้นกับจังหวัด หรือตั้งเป็นกระทรวงให้ไปคิดมาในแง่โครงสร้าง นอกจากนี้โครงสร้างที่มีอยู่ อะไรควรกระจายออกไป เช่น ตำรวจป่าไม้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจรถไฟ จะอยู่ที่เดิมหรือย้ายไปไหน

2.ประเด็นที่เกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม ให้ไปพิจารณาอำนาจสอบสวนจะคงอยู่อย่างเดิม หรือจะแยกหรือคงอยู่อย่างไร จะทำงานประสานกันอย่างไรระหว่างตำรวจ มหาดไทยและอัยการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

3.การบริหารงานบุคคล คือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย การคัดคนเข้ามาเป็นตำรวจ จะใช้ระบบอะไร หลักสูตรนักเรียนนายร้อย เหมาะสมทันสมัยหรือไม่ รวมถึงการให้ตำรวจมีหรือไม่มีเครื่องแบบ และการจัดสรรกำลังเพื่อสนับสนุนงานของตำรวจ ทั้งหมดนี้เป็นโจทย์ที่นายกฯวางไว้ และให้ไปดูด้วยว่าระบบการแต่งตั้งโยกย้ายจะใช้ระบบอาวุโส ระบบความดีงาม จะแบ่งสัดส่วนกันอย่างไร ซึ่งคำสั่งที่ตั้งกรรมการระบุว่าเรื่องอื่นช้าได้ แต่เรื่องนี้ต้องเสร็จภายในปีนี้ โดยนายกฯได้เขียนสูตรการทำงานด้วยลายมือ จำนวน 13 หน้าเอสี่ โดยสูตรคือ 2–3–4 คือ 2 เดือนแรกให้คุยเรื่องปัญหาทั้งหมด อ่านงานวิจัยให้หมด 3 เดือนถัดไปยกร่างกฎหมาย กำหนดกติกาให้เสร็จ และ 4 เดือนสุดท้ายรับฟังความเห็นและแต่งเติมส่วนที่บกพร่อง ทั้งหมด 9 เดือน พอดีหมดอายุกรรมการ รัฐบาลจะไม่เข้าไปแทรกแซง และการประชุมวันนี้ไม่ใช่การประชุมเป็นการหารือนอกรอบ จะนับหนึ่งในการประชุมวันที่ 12 กรกฎาคม

นายกฯระบุในที่ประชุมว่า คำถามคือคนรู้ทั้งประเทศว่าตำรวจมีโจทย์อะไรบ้าง สิ่งที่คนทั้งประเทศรอคือคำตอบ จึงเป็นเรื่องที่คณะกรรมการต้องไปทำงานกัน นายกฯเชื่อมั่นและฝากความหวังไว้ที่คณะกรรมการ สิ่งใดทำเสร็จก่อนให้เอาออกมาก่อน หากต้องใช้มาตรา 44 แก้ให้นายกฯก็ยินดี หรือต้องแก้กฎหมาย ออกคำสั่งนายกฯ หรือใช้กฎก.ตร.ก็ให้ดำเนินการไปก่อนได้

related