
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 7-7-60-การประชุม G20 ครั้งนี้ที่เยอรมนีมีการเจรจาหลักๆที่ต้องพูดคุยหลายเรื่อง ซึ่งสหรัฐฯที่นำโดยนายโดนัลด์ ทรัมป์อาจจะเป็นปัจจัยหลัก ที่ทำให้หลายเรื่องอาจหาข้อสรุปไม่ได้อีกครั้ง
เจ้าภาพการประชุมครั้งนี้คือเยอรมนีนั้น นางเเองเคลา เเมร์เคิล ผู้นำเยอรมนีบอกว่า ประเด็นหลักที่จะหารือคือเรื่องโลกร้อน โดยประเด็นแรกนี้ G20 ผลคือวงแตก เพราะนายทรัมป์ไม่เอาเเละไม่เห็นด้วย รวมทั้งยังถอนตัวออกจากข้อตกลงปารีสเเล้วเสียด้วย โดยนางเเมร์เคิลพูดถึงนายทรัมป์แต่ไม่ได้พูดตรงๆ ว่า "We cannot wait until every last person on Earth has been convinced of the scientific proof."
เเปลว่า “เราไม่สามารถรอจนเหลือมนุษย์คนสุดท้ายบนโลกที่จะยอมรับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลกร้อนได้ ”
ผู้นำ G20 หลายประเทศ ก็แสดงเรื่องนี้อย่างชัดเจน นายเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำของฝรั่งเศส ถึงขั้นเชื้อเชิญนักวิจัยทางสิ่งแวดล้อมในสหรัฐฯให้ไปอยู่ที่ฝรั่งเศส นายนเรนทา โมดี นายกรัฐมนตรีของอินเดีย นายมัลคอม เทริน์บูล นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียซึ่งบอกว่า "disappointing but not at all surprising." ที่เเปลความได้ว่า"เป็นความผิดหวังที่สหรัฐฯถอนตัวออกจาก Paris agreement แต่ก็ไม่ได้แปลกใจแม้แต่น้อย"
ส่วนประเด็นการค้า เช่น NAFTA จุดยืนของนายทรัมป์ก่อนหน้านี้บอกว่า ไม่ยุติธรรมและปล้นงานไปจากคนอเมริกัน แต่ในเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาสหรัฐฯต้องเจรจากับ แคนาดาและเม็กซิโก และยังถอนตัว TPP หรือ Trans-Pacific Partnership 12 ประเทศที่นายบารัค โอบามาทำไว้ ที่มีข้อตกลงเกี่ยวกับการลดภาษีสินค้านำเข้า ส่งออกของสหรัฐฯแลกกับ แรงงาน สิ่งแวดล้อม การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญากับธุรกิจขนาดใหญ่
ส่วนประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ของจีน ก็ใช้โอกาสนี้ในการ ประกาศจุดยืนที่จะทำการค้าเสรีกับโลกต่อไป ลงทุนในประเทศที่เปิดกว้าง และไม่มีการกีดกันทางการค้า เเละจะมีปัญหาเพราะนายทรัมป์จะขึ้นภาษีกับหลายประเทศเหล่านี้ เพราะเป็นประเทศที่สหรัฐฯขาดดุลการค้าด้วย
ส่วนนโยบายผู้อพยพของนายทรัมป์ โดยเฉพาะทราเวลแบนที่เพิ่งจะมีความคืบหน้าไป นางเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษเรียกว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการแตกแยกและเป็นนโยบายที่ผิด อีกทั้งนโยบายสร้างกำแพงกั้นชายเเดนเม็กซิโกด้วยเช่นกันที่มีการวิจารณ์หนัก
ประเด็นเกาหลีเหนือนั้น นายทรัมป์เคยพูดว่า ยินดีที่จะพบกับผู้นำเกาหลีเหนือ แต่นายทรัมป์ก็เริ่มจะหงุดหงิด ตั้งแต่มีปัญหาเรื่องนักศึกษาอเมริกัน"นายออตโต วอมบิเวอร์"ที่เกาหลีเหนือปล่อยตัวกลับบ้านเเล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมา รวมไปถึงการทดลองขีปนาวุธ ICBM ที่เกาหลีเหนือเพิ่มจะทดลองไป จนนายทรัมป์ทวีทข้อความว่า “ไม่มีอะไรจะทำแล้วหรือ” ซึ่งจะไปขัดแย้งกับจีนและรัสเซีย ที่ไม่ต้องการให้สหรัฐฯติดตั้งระบบธาดในเกาหลีใต้
ประเด็นซีเรีย โดยจุดยืนระหว่างสหรัฐฯและรัสเซียอยู่คนละฝั่ง เพราะสหรัฐฯหนุนฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ส่วนรัสเซียยืนเคียงข้าง นายบาซา อัล อัสซาด ผู้นำของซีเรีย แต่ความตึงเครียดมากขึ้นจากที่ทรัมป์สั่งปฎิบัติการทางอากาศ หลังจากที่มีข้อมูลว่ารัฐบาลซีเรียในอาวุธเคมี
ส่วนประเด็นนาโต้ที่ถือเป็นประเด็นหลักในการประชุมG7 ที่อิตาลีจะเป็นประเด็นอีกครั้งหรือไม่ เพราะสมาชิก G20 หลายประเทศก็เป็นสมาชิกนาโต้ด้วยเช่นกัน ก่อนหน้านี้ที่นายทรัมป์ให้สมาชิกจ่ายเงินให้มากกว่านี้ ไม่ใช่ให้สหรัฐฯจ่ายอยู่ประเทศเดียว