3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

จับตา ครม.เตรียมลงมติไทยเข้าร่วม CPTPP ในวันที่ 28 เมษายน 3 อดีตรัฐมนตรี นักวิชาการ ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

CPTPP

CPTPP เป็นประเด็นที่กำลังร้อนแรงและถูกจับตาท่ามกลางวิกฤตโควิด-19 นั่นก็คือ ข้อเสนอของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ให้ไทยเข้าร่วม CPTPP โดยจะชงให้ ครม.ลงมติในวันที่ 28 เมษายน นี้

3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

CPTPP คืออะไร ?

CPTPP หรือ Comprehensive and Progressive Agreement of Trans-Pacific Partnership คือ ความตกลงที่ครอบคลุมและก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก

โดยเป็นความตกลงการค้าเสรีที่ครอบคลุมในเรื่องการค้า การบริการ และการลงทุน เพื่อสร้างมาตรฐานและกฎระเบียบร่วมกันระหว่างประเทศสมาชิก

ทั้งในด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา มาตรฐานแรงงาน กฎหมายสิ่งแวดล้อม รวมถึงกลไกแก้ไขข้อพิพาทระหว่างรัฐบาล และนักลงทุนต่างชาติ

เดิมทีใช้ชื่อว่า TPP (Trans-Pacific Partnership) มีสมาชิก 12 ประเทศ แต่หลังจากสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปเมื่อต้นปี 2017 จึงเปลี่ยนชื่อเป็น CPTPP

ปัจจุบันมี 11 ประเทศสมาชิก ได้แก่ ญี่ปุ่น แคนาดา เม็กซิโก เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน และเวียดนาม

3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

อดีต รมต.สาธารณสุข ค้านไทยเข้าร่วม CPTPP

นพ.มงคล ณ สงขลา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้คัดค้านการเข้าร่วม CPTPP อย่างรุนแรง ผ่าน Facebook Live

โดยระบุว่า “ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิค (CPTPP) เป็นความตกลงที่มีการเจรจาเสร็จสิ้นไปแล้ว ขณะที่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศริเริ่มการเจรจานี้ ก็ได้ถอนตัวออกไปในยุคของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

“แต่เนื้อหาของความตกลงฯ ยังเป็นการร่างจากประเทศมหาอำนาจ เพื่อหวังเอารัดเอาเปรียบประเทศกำลังพัฒนา หรือประเทศที่พัฒนาน้อยกว่า ในหลายๆ เรื่อง

“โดยเฉพาะเรื่องการเข้าถึงยา และเมล็ดพันธุ์พืช แต่รองนายกฯ สมคิดพยายามผลักดันให้ไทยเข้าร่วมความตกลงนี้ตลอดช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สมัยรัฐบาล คสช.

“ในช่วงปี 2549-2550 ประเทศไทยได้ประกาศบังคับใช้สิทธิ (ซีแอล) เพื่อนำเข้ายาต้านไวรัสเอชไอวี/เอดส์ และยามะเร็งมาใช้ดูแลรักษาประชาชนเป็นแสนๆ คนในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ให้รอดตายมาได้ แต่ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไปเข้าร่วม CPTPP จะไม่สามารถทำซีแอลได้ นี่เป็นเรื่องที่น่ากลัว

“อีกเรื่องคือกระทบกับเกษตรกร เกษตรกรจะไม่ได้เก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ปลูกในฤดูกาลถัดไปได้ ต้องไปซื้อทุกครั้ง ถ้าเก็บเมล็ดพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครองจะถูกเจ้าหน้าที่จับเพราะไปทำผิดกฎหมาย ทั้งที่นี่คือจุดแข็งของบ้านเรา...

นพ.มงคล ได้กล่าวต่อไปว่า “ทั้งนี้ จากเอกสารของกระทรวงพาณิชย์ที่ประกอบการประชุมมคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่จะถึงนี้ ระบุว่า หลังจากที่สหรัฐฯ ถอนตัวออกไปจากความตกลงเมื่อปี 2558 ภาคีความตกลงฯ ปัจจุบันเหลือ 11 ประเทศ

"ประเทศไทยมีเอฟทีเอแล้วกับ 9 ประเทศ มีเพียงแคนาดาและเม็กซิโก ที่ถือได้ว่าเป็นตลาดใหม่ ผลประโยชน์ที่ไทยจะได้จึงค่อนข้างต่ำ

“ซึ่งคาดว่าจะทำให้จีดีพีเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.12 หรือ 13,323 ล้านบาท การลงทุนจะขยายตัวร้อยละ 5.14 หรือ 148,240 ล้านบาท แต่จะเน้นว่า หากไทยไม่เข้าร่วมจะเสียโอกาสขยายการค้าและการลงทุนเมื่อเปรียบเทียบกับเวียดนามและสิงคโปร์

“นอกจากนี้ ในเอกสารประกอบวาระการประชุมยังระบุว่า จาก 30 ข้อบทในความตกลง ไทยสามารถปฏิบัติตามได้เพียง 15 ข้อ บทที่เหลือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปตัดสินใจเชิงนโยบายในประเด็นที่สำคัญและอ่อนไหว

“โดยเฉพาะการยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าร้อยละ 99 ของสินค้าทั้งหมด , การยกเลิกมาตรการปกป้องสินค้าเกษตร , การห้ามกำหนดข้อห้ามเกี่ยวกับฉลากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“การให้การคุ้มครองการลงทุนตั้งแต่ชั้นก่อนประกอบกิจการและการลงทุนที่มิได้รับการคุ้มครองเป็นลายลักษณ์อักษร , การห้ามเก็บภาษีศุลกากรสำหรับการส่งผ่านอิเล็กทรอนิคอย่างถาวร การเปิดตลาดจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ

“การห้ามให้แต้มต่อหรือสิทธิพิเศษกับผู้ประกอบการไทยในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น ห้ามกำหนดบัญชีนวัตกรรมไทย ห้ามกำหนดว่าต้องใช้สินค้าไทย ห้ามบังคับถ่ายทอดเทคโนโลยี

“การบังคับให้เข้าร่วมอนุสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ (UPOV1991) ที่ทางสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยชี้ว่า จะทำให้เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์และมิได้เป็นประโยชน์ต่อนักปรับปรุงพันธุ์และเกษตรกรไทย

“แต่ในเอกสารดังกล่าว ไม่ได้รวมข้อห่วงกังวลของทางกระทรวงสาธารณสุขที่ความตกลงนี้ จะทำให้การประกาศใช้ CL ยากขึ้น เพราะสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องตามบทคุ้มครองการลงทุน ทำให้นักลงทุนต่างชาติสามารถฟ้องอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ผ่านกลไกระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐและเอกชน

“แม้ในเอกสารประกอบการประชุมคณะรัฐมนตรีดังกล่าวจะระบุว่า อาจจะสามารถเจรจาต่อรองได้ แต่ในข้อสรุปมติที่จะขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีกลับระบุให้หน่วยงานต่างๆ เตรียมพร้อม ในการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามความตกลง CPTPP

3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ชี้ ถ้านิ่งเฉย อาชีพเกษตรกรล่มสลาย

ส่วน นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้โพสต์คลิปเตือนการเข้าร่วม CPTPP ว่า

“หากเกษตรกรนิ่งเฉย อาชีพเกษตรล่มสลายแน่นอน โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งอาจถูกฟ้องร้องละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาจากบรรดาบริษัทข้ามชาติ”

นายประพัฒน์ยังกล่าวด้วยว่า “เกษตรกรที่เลี้ยงสุกรจะได้รับผลกระทบด้วย อาจถึงขั้นต้องเลิกเลี้ยง คนที่เป็นหนี้อาจถูกธนาคารฟ้อง รวมทั้งอาชีพต่อเนื่องของเกษตรกรที่ปลูกพืชอาหารสัตว์ ก็จะได้รับผลกระทบด้วย”

อีกทั้งยังได้เรียกร้องให้เกษตรกรอย่าได้นิ่งเฉย และต้องส่งเสียงเรียกร้องต่อร้ฐบาล (ซึ่งจะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 เมษายน 2563 นี้ ) และต้องมีปฏิบัติการไปพร้อมกันด้วย โดยบอกว่า “ถ้านิ่งเฉย อาชีพเกษตรกรล่มสลายแน่”

3 อดีตรัฐมนตรี ค้าน ไทยเข้าร่วม CPTPP ! ชี้ ผลประโยชน์น้อยนิด ผลกระทบมหาศาล

อดีต รมช.เกษตรและสหกรณ์ โพสต์ “กสิกรรมธรรมชาติทั่วประเทศ ร่วมคัดค้าน"

ส่วน นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้ก่อตั้งมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Wiwat Salyakamthorn ว่า “กสิกรรมธรรมชาติทั่วประเทศ ร่วมคัดค้าน"

พร้อมแชร์ข้อมูลจากเพจ BIOTHAI ว่า “ในระหว่างที่ประชาชนทั่วประเทศอยู่ในห้วงเวลาแห่งความทุกข์จากการระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อชีวิต และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรงในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

“แต่ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล กลับฉวยโอกาสในช่วงวิกฤต เสนอให้คณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบในการเข้าร่วมความตกลงการค้าเสรี CPTPP ซึ่งทำให้ประเทศไทยต้องเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญา UPOV1991

“อนุสัญญานี้ ทำให้ประเทศไทยต้องแก้ไขกฎหมายภายใน โดยต้องขยายสิทธิผูกขาดให้แก่บรรษัทเมล็ดพันธุ์ ห้ามเกษตรกรเก็บพันธุ์พืชไปปลูกต่อ ขยายสิทธิผูกขาดจากส่วนขยายพันธุ์ออกไปรวมถึงผลผลิตและผลิตภัณฑ์

“ขยายระยะเวลาการผูกขาดจากที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่ 12 ปี เป็น 20 ปี รวมทั้งลดทอนกลไกการเข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์จากทรัพยากรชีวภาพ จนถูกเรียกว่า อนุสัญญาโจรสลัดชีวภาพ

“การยอมรับ UPOV1991 จะทำให้ราคาเมล็ดพันธุ์ที่เกษตรกรต้องจ่ายแพงขึ้น 3-5 เท่า และจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหารของประเทศอย่างร้ายแรง เอื้ออำนวยประโยชน์แก่บรรษัทยักษ์ใหญ่ด้านเกษตรและอาหาร และบรรษัทเมล็ดพันธุ์ข้ามชาติ ซึ่งมีอิทธิพลเหนือตลาดอยู่แล้วให้ผูกขาดมากยิ่งขึ้นไปอีก

“การเก็บรักษาพันธุ์พืชเพื่อปลูกต่อ และแลกเปลี่ยนระหว่างเกษตรกร คือวิถีชีวิต และฐานรากของการสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญของความมั่นคงและอธิปไตยทางอาหารของประชาชนและประเทศชาติ

“เราขอเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี ปฏิเสธข้อเสนอของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ซึ่งเตรียมการเสนอให้ประเทศไทยเข้าร่วม CPTPP ในวันอังคารที่ 28 เมษายน 2563 นี้

“การระบาดของโรคร้ายในครั้งนี้ ทำให้โลกเห็นถึงปัญหาและข้อจำกัดของโลกาภิวัตน์ทางการค้า และหลายประเทศต่างตระหนักถึงความมั่นคงและการพึ่งพาตนเองทางอาหาร

“ประเทศไทยต้องไม่ยอมให้คนกลุ่มใดทำลายฐานรากของความมั่นคงทางอาหาร ด้วยการเข้าร่วมความตกลงที่จะทำให้การเก็บรักษาพันธุ์พืชไปปลูกต่อกลายเป็นอาชญากรรม

“ร่วมกันหยุดอนุสัญญา UPOV1991 จับตาผลการประชุมของคณะรัฐมนตรีในวันอังคารที่ 28 เมษายน และร่วมกันคัดค้าน CPTPP จนถึงที่สุด”

อ้างอิง

“ประพัฒน์” เตือน #CPTPP หากเกษตรกรนิ่งเฉยต้องเสียประโยชน์และอาชีพเกษตรล่มสลายแน่นอน

ไทยจะได้ประโยชน์อะไรจากการเข้าร่วม CPTPP?

BIOTHAI

 

related