ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

-8 ก.ค. 60- นโยบายทวงคืนผืนป่า เป็นอีกนโยบายสำคัญของ คสช. ซึ่งที่ผ่านมามีการจับกุมรีสอร์ทที่บุกรุกพื้นที่ป่า แต่ขณะนี้มีธุรกิจซิปไลน์หรือโหนเชือกสลิงที่มาใช้พื้นที่ป่าสงวนด้วย โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวอย่างเช่นจ.ภูเก็ตที่ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ โดยเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่นอกจากจะดึงดูดนักท่องเที่ยวแล้ว สิ่งที่ตามมาคือกลุ่มทุนที่เข้าแสวงหาผลประโยชน์กับธรรมชาติเหล่านี้ด้วย 

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

พื้นที่กว่า 570 ตารางกิโลเมตร ที่โอบล้อมไปด้วยทะเลสีฟ้าคราม สมฉายา ไข่มุกอันดามัน กลายเป็นดินแดนที่ดึงดูดคนทั่วโลกให้เดินทางมาที่แห่งนี้ จนทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว กลายเป็นสาเหตุหลักของกระบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ที่มีอยู่เพียงร้อยละ 20 ของพื้นที่ โดยเฉพาะเขตป่าสงวนเทือกเขากมลาและเทือกเขานาคเกิด ที่มีวิวทะเลอันดามันเป็นจุดขาย  

ธุรกิจหนึ่งที่กำลังยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติคือ ธุรกิจซิปไลน์ หรือการโหนเชือกสลิง ที่ทำให้ผู้เล่นเปรียบเหมือนนก ที่โบยบินบนท้องฟ้า ผ่านทะเลและภูเขา ทำให้ผู้ประกอบการซิปไลน์ จะต้องเลือกพื้นที่ให้เหมาะกับธุรกิจนี้ เขตป่าสงวนพื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอหรือพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงกลายเป็นที่หมายตาของนายทุนกลุ่มนี้  

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

อย่างกรณีบริษัทซิปไลน์ แม็ค ที่หน้าเว็บไซต์ระบุตำแหน่งชัดเจน ว่าอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนเทือกเขากมลา ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจของกรมป่าไม้ ทำให้เห็นสิ่งปลูกสร้างทั้งสะพานไม้ ลวดสลิง นั่งร้าน รวมทั้งเส้นทางเข้า-ออก ที่ค่อนข้างลำบากและต้องใช้รถปิคอัพในการเดินทางเท่านั้น  

โดยเจ้าของธุรกิจซิปไลน์ ดังกล่าวระบุว่า เช่าพื้นที่เพื่อทำธุรกิจนี้ จำนวน 30 ไร่ ในราคา 120,000 บาทต่อเดือน มีจำนวน 25 ฐานผจญภัย มีระยะซิปไลน์ยาว 1,200 เมตร อย่างไรก็ตามเจ้าของธุรกิจซิปไลน์ อ้างว่าไม่ทราบว่าธุรกิจของตนเองผิดกฎหมาย เพราะเข้าใจว่ามีหลักฐานเป็นสัญญาเช่า และเอกสารใบแจ้งการครอบครองที่ดิน( สค.1) แต่ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า สค.1 มีการให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่เพียง 5 ไร่เท่านั้น นั่นหมายความว่าพื้นที่อื่นๆ อีกกว่า 20 ไร่ ผิดกฎหมาย

ซิปไลน์รุกป่าสงวน?   

ขณะที่นายชลทิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ ระบุว่า พื้นที่ลุ่มน้ำชั้น 1 เอ เป็นพื้นที่ห้ามมีสิ่งปลูกสร้างใดๆ นอกจากจะผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ซึ่งจะอนุมัติเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศเท่านั้น จึงต้องเร่งดำเนินการกับธุรกิจซิปไลน์ที่เข้าใช้ประโยชน์ที่ดินผิดกฎหมาย เพราะหากปล่อยไว้จะทำให้ธุรกิจอื่นๆ เช่น ร้านค้า หรือถนนหนทางเพิ่นขึ้น จนทำให้การบุกรุกป่าขยายวงกว้าง จึงต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อรักษาผืนป่า  

 นอกจากธุรกิจซิปไลน์แล้ว ยังมีการบุกรุกพื้นที่เพื่อสร้างรีสอร์ท บ้านพักตากอากาศ และการครอบครองพื้นที่อย่างผิดกฎหมาย เพื่อหวังแสวงหากำไรมูลค่ามหาศาลจากพื้นที่ป่าด้วย ดังนั้นจึงถือเป็นความท้าทายของภาครัฐที่มีหน้าที่ทั้งส่งเสริมการท่องเที่ยวและการอนุรักษ์ผืนป่าที่เหลือน้อยลงทุกที 

ซิปไลน์รุกป่าสงวน? 

related