
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมืองจะบังคับใช้ได้หรือไม่?
ก่อนหน้านี้ กกต.เสนอความเห็นแย้งในประเด็นเซ็ต ซีโร่ กกต.จนเป็นเหตุให้ ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นมาทบทวนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ไปแล้ว 1 ฉบับ แต่ล่าสุด กรธ.ยังได้เสนอตั้งกรรมาธิการร่วมทบทวนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ในประเด็นไพรมารีโหวตอีกฉบับหนึ่ง ทำให้หลายฝ่ายเริ่ไม่มั่นใจในกรอบเวลาสู่การเลือกตั้งว่าจะยังคงเดินหน้าไปตามโรดแมปที่คสช.วางไว้หรือไม่
เหตุที่ทำให้ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมาพิจารณาทบทวนร่างกฎหมายใหม่ทั้ง 2 ฉบับ โดยเริ่มจากร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. เพราะก่อนหน้านี้ กกต.เสนอความเห็นแย้งมาถึง 6 ประเด็น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ของกกต.ที่อาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และประเด็นการเซ็ตซีโร่ กกต.
แต่ล่าสุดผลของการประชุมกรรมาธิการร่วมยืนยันตามร่างกฎหมายเดิมของสนช. โดยเฉพาะเสียงข้างมากที่ยังคงหนักแน่นให้ สรรหากกต.ใหม่ทั้งหมดหรือเซ็ตซีโร่กกต. มีเพียงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ที่ขอสงวนความเห็นแย้งไว้ทุกประเด็นเพื่อใช้สิทธิ์อภิปรายในชั้นการลงมติของ สนช. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ค.นี้
นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานสนช.(วิป)คาดการณ์ว่า เมื่อในชั้นกรรมาธิการร่วมไม่มีการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ก็เชื่อว่าสมาชิก สนช. น่าจะโหวตผ่านร่างกฎหมายกกต. อย่างแน่นอน เพราะสนช.ไม่เคยมีแนวคิดที่จะคว่ำร่างกฎหมายเพื่อยื้อเวลาเลือกตั้ง
ส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะก่อนหน้านี้พรรคการเมืองโจมตีเรื่องระบบไพรมารีโหวต อย่างหนัก เพราะเห็นตรงกันว่าหากให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครโดยผ่านระบบคัดกรองเบื้องต้น(ไพรมารีโหวต )จะมีปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน
เช่นเดียวกับนักวิชาการหลายคนที่มองว่า ระบบไพรมารีโหวตนี้ จะทำให้เกิดการซื้อเสียงตั้งแต่การส่งตัวผู้สมัครส.ส.กันเลย
และหลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลา 10 วัน พิจารณาร่างกฎหมายพรรคการเมือง ล่าสุดก็มีมติส่งความเห็นแย้งประเด็นไพรมารีโหวตกลับไปให้ สนช.เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการมาทบทวนร่างใหม่ โดยประเด็นที่เห็นแย้งส่วนใหญ่ เป็นปัญหาในทางปฏิบัติที่นำไปสู่การขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อาทิ
1. ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบ และลงโทษ พรรคการเมืองที่ไม่ทำหรือทุจริตการทำไพรมารีโหวต
2. พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ทันกรอบเวลาเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมส.ส.
3. จำกัดสิทธิหัวหน้าพรรคการเมืองลงเลือกตั้งส.ส.ระบบเขต เป็นต้น
แต่กกต. กลับมองว่าไพรมารีโหวตนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนปัญหาในทางปฏิบัติสามารถวางแผนรับมือล้วงหน้าได้โดยขั้นตอนต่อไป ต้องรอให้ สนช.ดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมก่อน ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นวันที่ 20 ก.ค. 2560 โดยสัดส่วนกรรมาธิการยังเป็นเหมือนเดิม คือ สนช. 5 คน กรธ. 5 คน และประธานกกต. 1คน
อย่างไรก็ตามเมื่อกรธ.ออกโรงเสนอแก้ไขปัญหาไพรมารีโหวตเอง ประกอบกับพรรคการเมืองต่างออกมาประสานเสียงคัดค้านเรื่องนี้ จึงทำให้ กรธ.หลายคนมั่นใจว่า ประเด็นโต้แย้งของกรธ.จะไม่ถูกตีตกเหมือนกับร่างกฎหมายกกต. อย่างแน่นอน