จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่? 

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่? 

ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมืองจะบังคับใช้ได้หรือไม่? 

ก่อนหน้านี้ กกต.เสนอความเห็นแย้งในประเด็นเซ็ต ซีโร่ กกต.จนเป็นเหตุให้ ต้องตั้งกรรมาธิการร่วมขึ้นมาทบทวนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยกกต.ไปแล้ว 1 ฉบับ แต่ล่าสุด กรธ.ยังได้เสนอตั้งกรรมาธิการร่วมทบทวนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ในประเด็นไพรมารีโหวตอีกฉบับหนึ่ง ทำให้หลายฝ่ายเริ่ไม่มั่นใจในกรอบเวลาสู่การเลือกตั้งว่าจะยังคงเดินหน้าไปตามโรดแมปที่คสช.วางไว้หรือไม่ 

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่? 


เหตุที่ทำให้ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมาพิจารณาทบทวนร่างกฎหมายใหม่ทั้ง 2 ฉบับ โดยเริ่มจากร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. เพราะก่อนหน้านี้ กกต.เสนอความเห็นแย้งมาถึง 6 ประเด็น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ ของกกต.ที่อาจไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และประเด็นการเซ็ตซีโร่ กกต.  

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่?  ศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.

แต่ล่าสุดผลของการประชุมกรรมาธิการร่วมยืนยันตามร่างกฎหมายเดิมของสนช. โดยเฉพาะเสียงข้างมากที่ยังคงหนักแน่นให้ สรรหากกต.ใหม่ทั้งหมดหรือเซ็ตซีโร่กกต.  มีเพียงนายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต.ที่ขอสงวนความเห็นแย้งไว้ทุกประเด็นเพื่อใช้สิทธิ์อภิปรายในชั้นการลงมติของ สนช. ที่จะมีขึ้นในวันที่ 13 ก.ค.นี้  

นายสมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานสนช.(วิป)คาดการณ์ว่า เมื่อในชั้นกรรมาธิการร่วมไม่มีการแก้ไขร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว ก็เชื่อว่าสมาชิก สนช. น่าจะโหวตผ่านร่างกฎหมายกกต. อย่างแน่นอน เพราะสนช.ไม่เคยมีแนวคิดที่จะคว่ำร่างกฎหมายเพื่อยื้อเวลาเลือกตั้ง  

  

ส่วนร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เพราะก่อนหน้านี้พรรคการเมืองโจมตีเรื่องระบบไพรมารีโหวต อย่างหนัก เพราะเห็นตรงกันว่าหากให้พรรคการเมืองส่งผู้สมัครโดยผ่านระบบคัดกรองเบื้องต้น(ไพรมารีโหวต )จะมีปัญหาในอนาคตอย่างแน่นอน 

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่?  สมชาย แสวงการ เลขานุการคณะกรรมการประสานงานสนช.

เช่นเดียวกับนักวิชาการหลายคนที่มองว่า ระบบไพรมารีโหวตนี้ จะทำให้เกิดการซื้อเสียงตั้งแต่การส่งตัวผู้สมัครส.ส.กันเลย  

และหลังจากคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญใช้เวลา 10 วัน พิจารณาร่างกฎหมายพรรคการเมือง ล่าสุดก็มีมติส่งความเห็นแย้งประเด็นไพรมารีโหวตกลับไปให้ สนช.เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการมาทบทวนร่างใหม่ โดยประเด็นที่เห็นแย้งส่วนใหญ่ เป็นปัญหาในทางปฏิบัติที่นำไปสู่การขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ อาทิ  

1. ใครจะเป็นผู้ตรวจสอบ และลงโทษ พรรคการเมืองที่ไม่ทำหรือทุจริตการทำไพรมารีโหวต  

2. พรรคการเมืองส่งผู้สมัคร ส.ส.ไม่ทันกรอบเวลาเลือกตั้ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งซ่อมส.ส.  

3. จำกัดสิทธิหัวหน้าพรรคการเมืองลงเลือกตั้งส.ส.ระบบเขต เป็นต้น  

จับตาร่างกฎหมายกกต. ร่างกฎหมายพรรคการเมือง จะบังคับใช้ได้หรือไม่? 

แต่กกต. กลับมองว่าไพรมารีโหวตนั้นไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ส่วนปัญหาในทางปฏิบัติสามารถวางแผนรับมือล้วงหน้าได้โดยขั้นตอนต่อไป ต้องรอให้ สนช.ดำเนินการตั้งคณะกรรมาธิการร่วมก่อน ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นวันที่ 20 ก.ค. 2560 โดยสัดส่วนกรรมาธิการยังเป็นเหมือนเดิม คือ สนช. 5 คน กรธ. 5 คน และประธานกกต. 1คน 

อย่างไรก็ตามเมื่อกรธ.ออกโรงเสนอแก้ไขปัญหาไพรมารีโหวตเอง ประกอบกับพรรคการเมืองต่างออกมาประสานเสียงคัดค้านเรื่องนี้ จึงทำให้ กรธ.หลายคนมั่นใจว่า ประเด็นโต้แย้งของกรธ.จะไม่ถูกตีตกเหมือนกับร่างกฎหมายกกต. อย่างแน่นอน  

 

related