
กรมควบคุมโรค รวมถึงนายแพทย์ชื่อดัง เพจดัง เตือนระวังโควิด 19 ที่มาพร้อมกับฤดูฝน หวั่นจะเกิดระบาดระลอก2 เพราะสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการแพร่เชื้อ ขณะเดียวกันยังแนะนำการรับมือ และป้องกันต่างๆ เตรียมตั้งแต่ตอนนี้
โควิดหน้าฝน จากสถานการณ์ปัจจุบัน ได้มีหลายฝ่ายออกมาประเมินถึงสถานการณ์การระบาด "โควิด 19" ในระลอก2 เช่นเดียวกับหลายประเทศที่ผ่อนปรนมาตรการกฎเหล็ก จนทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่กลับมาสวิงอีกครั้ง และถึงแม้จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ของไทยจะอยู่ในแนวโน้มที่ดี แต่ไม่มีสิ่งใดยืนยันโอกาสการระบาดในระลอก2 จะไม่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะตัวเลขผู้ป่วยโรคโควิด 19 ทั่วโลกขณะนี้ เพิ่มขึ้นเป็น 3,646,261 คน โดยมียอดเสียชีวิต 252,420 คนรักษาหายแล้ว 1,200,282 คน "สหรัฐฯ" ยังเป็นประเทศติดเชื้อมากที่สุดที่ 1,212,900 คน จากผู้เสียชีวิต 69,921 คน แต่ด้วยมาตรการ "ล็อกดาวน์" ที่แตกต่างของแต่ละประเทศ และความร่วมมือของประชากร ทำให้การควบคุมการแพร่เชื้อแต่ละพื้นที่ภูมิศาสตร์ยังแตกต่างกันไปด้วย
ยิ่งการเคลื่อนไหวของคนสังคม เป็นตัวแปรสำคัญในสถานการณ์ไวรัสโควิดจะอยู่ในทิศทางใด เพราะหากนับเฉพาะสถานการณ์ "ฤดูฝน" ของประเทศไทยอีก 1-2 เดือนข้างหน้า จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่จะเป็นอย่างไร ทำให้ "กรมควมคุมโรค" กระทรวงสาธารณสุข ออกคำเตือนการรับมือโควิดในหน้าฝน จากอุณภูมิที่ลดลง จะเพิ่มโอกาสอยู่รอดของเชื้อไวรัสในสภาพแวดล้อมได้นานขึ้น
ไม่ใช่แค่ไวรัส "โควิด 19" เพียงอย่างเดียว แต่ยังมีโรคอีกหลายชนิดที่ระบาดในช่วงฤดูฝน ตั้งแต่ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก ซึ่งมีอาการเบื้องต้นคล้ายกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ทำให้สถานการณ์การระบาดในช่วงฤดูฝน กรมควบคุมโรครณรงค์ให้ประชาชนสังเกตอาการตัวเอง และหาวิธีป้องกันตั้งแต่การสวมหน้ากากอนามัย รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ แยกสำรับอาหาร แยกของใช้ส่วนตัวห้ามนำมือสัมผัสใบหน้า ล้างมือบ่อยๆ ไปจนถึงหลีกเลี่ยงสถานที่ที่มีคนแออัด
ปัจจัยความชื้นและอุณหภูมิที่เย็นลงในสภาพอากาศ มีผลต่ออายุไวรัส หากอุณภูมิพื้นที่ใดสูงจะเพิ่มโอกาสให้ไวรัสตายได้ง่ายขึ้น แต่หากพื้นที่นั้นมีความชื้นและอยู่ในสภาพที่เย็นจัด จะเพิ่มโอกาสให้การแพร่ระบาดของไวรัสทำได้ง่ายเช่นกัน โดยเฉพาะการแพร่เชื้อไวรัสโควิดมาจาก 2 สาเหตุ
1.การสัมผัสสารคัดหลั่งในสภาพแวดล้อมต่างๆ
2.การหายใจนำเชื้อเข้าไปในร่างกายโดยตรง ซึ่งมาจากเชื้อไวรัสโควิด ที่อยู่ในอากาศนานที่สุด 4 ชั่วโมง
เมื่อการป้องกันตนเองตนเองจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่และไวรัสโควิดอยู่ในวิธีเดียวกัน หากทุกฝ่ายป้องกันไข้หวัดใหญ่เคร่งครัด จะลดตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด 19 ลดลงตามไปด้วย ตรงกันข้ามหากในช่วงฤดูฝนจะมีผู้ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดสายพันธ์ต่างๆ ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโควิด 19 เช่นกัน
ประเด็นสำคัญจึงอยู่ในช่วงฤดูฝนของทุกปี จะพบการระบาดโรคไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยกรมควบคุมโรค สรุปสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 ม.ค.ถึง 30 พ.ย.2562 มีผู้ป่วย 363,837 ราย เสียชีวิต 24 ราย โดยจังหวัดที่มีผู้ป่วยต่อประชากรแสนคนสูงสุด 5 อันดับแรก กทม. ระยอง นครปฐม จันทบุรี และเชียงใหม่
นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ระบุถึงช่วงที่มีฝนตกหลายพื้นที่ ทำให้ทั้งความชื้นและอากาศเย็นขึ้น เชื้อโรคจะอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนยังต้องทำเหมือนเดิม ต้อฝสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ กินร้อน ใช้ช้อนกลางส่วนตัว หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนจำนวนมากๆ ขอให้สำรองหน้ากากผ้าไว้วันละหลายๆ ชิ้น ถ้าโดนฝน ละอองฝนแล้วหน้ากากชื้นขอให้เปลี่ยนใหม่ อย่าใช้หน้ากากผ้าทั้งๆ ที่มีความชื้นด้วย
เป็นสถานการณ์เตรียมพร้อมและเฝ้าระวังการ เพื่อหยุดการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด 19 ให้เร็วที่สุด จากสถานการณ์ที่ยังไม่มีใครควบคุมได้เบ็ดเสร็จว่าจะจบลงเมื่อใด
ด้าน นพ.พลเดช ปิ่นประทีป สมาชิกวุฒิสภา และเลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ อดีตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่า สภาพอากาศมีผลต่อการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะเชื้อไวรัส ซึ่งก็คือพวกหวัด จะมาพร้อมสภาพอากาศที่เย็น เพราะไวรัสชอบอากาศแบบนี้ คนจึงเป็นหวัดในช่วงมีละอองฝน หรืออากาศเย็นๆ มากกว่าในหน้าร้อน
ไวรัสโควิด 19 ก็เช่นกัน เกิดขึ้นที่อู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย อยู่เป็นแนวเส้นรุ้ง ที่ไล่ไปแพร่ระบาดในเกาหลีใต้ ในญี่ปุ่น ซึ่งเรื่องนี้ทางวิทยาศาสตร์ก็สามารถอธิบายได้เช่นเดียวกัน ทั้งจากอุณหภูมิ และสภาพอากาศ ยกตัวอย่างกรณีที่สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศในเขตร้อนแต่ทำไมการแพร่ระบาดเกิดขึ้นมาก เพราะคนสิงคโปร์ชอบที่จะอยู่ในห้องแอร์ ในออฟฟิศ จึงเป็นเหตุสำคัญของการคงอยู่ของเชื้อ และการแพร่เชื้อ
“เชื้อตัวนี้ชอบอากาศเย็น พอฤดูกาลเปลี่ยน จะอ่อนแอไปโดยปริยาย ละอองฝอยของเชื้อ ด้วยบรรยากาศห้อง (ปิดเปิดแอร์ 25 องศาเซลเซียส) เมื่อปิดแอร์ เพียงสองชั่วโมงก็ตาย ถึงไม่ตายก็อ่อนแอมาก”
ทั้งนี้ในโลกโซเชียล ก็มีบุคลากรทางการแพทย์มากมาย ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงกรณีดังกล่าว เช่น นักเทคนิคการแพทย์ภาคภูมิ เดชหัสดิน หรือ หมอแล็บแพนด้า เจ้าของเพจดัง หมอแล็บแพนด้า ก็ได้ออกมาโพสต์ โควิด-19 กับช่วงหน้าฝน ระบุความว่า
ช่วงนี้ฝนตกหลายพื้นที่มากๆ ถ้าไปอ่านงานวิจัยต่างๆมันยังขัดแย้งกันอยู่ว่า จริงๆแล้วฝนตกจะทำให้โควิดระบาดเพิ่มมั้ย บางคนบอกเพิ่ม บางคนบอกไม่เพิ่ม เนื่องจากมันเป็นโรคใหม่ยังไม่มีใครรู้ แต่ก็นั่นแหละครับอย่าประมาทดีที่สุด
อีกไม่นานคงใกล้ได้ผ่อนคลายมาตรการต่างๆกันแล้ว แต่ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเหมือนเดิมนะครับ อย่าการ์ดตก อย่าให้ไวรัสมันชกเรา
ทำไมผมถึงบอกว่าอย่าประมาท ก็เพราะเวลาที่ฝนตกมันจะมีทั้งความชื้นและอากาศเย็นขึ้น เชื้อมันก็จะสามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้นานขึ้น สิ่งที่เราต้องทำเหมือนเดิม คือ สวมหน้ากากอนามัย ยืนห่างกัน ล้างมือบ่อยๆ กินร้อน ใช้ช้อนส่วนตัว หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนเยอะๆ
ช่วงฤดูฝนนี่ตัวดีเลย เป็นช่วงฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจเต็มไปหมด ทีนี้ก็จะเริ่มแยกยากละว่าใครเป็นโควิดบ้าง ต่างคนต่างเป็นไข้ ไอกันเพียบ ต้องระดมตรวจแล็บกันอีก เสียงบประมาณอีกเยอะแยะ
อีกอย่างที่ผมอยากแนะนำก็คือ เราควรพกหน้ากากไว้เสริมหลายๆอัน ถ้าหน้ากากโดนฝนหรือละอองฝนแล้ว ควรรีบเปลี่ยนใหม่ อย่าใช้หน้ากากผ้าทั้งๆที่มีความชื้น เพราะมันอาจจะทำให้เราติดเชื้อได้ง่ายกว่าเดิมก็เป็นได้ เราจะไม่ประมาทกับอะไรทั้งนั้นอีกแล้วครับ
ประเทศไทยจะผ่านมันไปแบบติดเชื้อน้อยที่สุด และเสียชีวิตน้อยที่สุด
"โรคติดต่อจะไม่ติดต่อ ถ้าเราไม่ติดต่อกัน
แล้วจากนั้น เธอก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย"
ด้าน นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ จ่าพิชิต ขจัดพาลชน เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้มีการโพสต์ข้อความเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาด โควิด 19 กับหน้าฝน ระบุว่า
การที่ฝนกำลังมาในหลายพื้นที่ทั่วไทย น่าจะดับร้อนให้ได้เยอะ แต่ต้องเตือนเรื่อง covid-19
คือตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลว่า ฤดูฝน ความชื้น จะมีผลกับการแพร่ของ covid-19 ยังไงบ้าง ก็เพิ่งระบาดไม่ถึงปีเลยนี่นะ
แต่ที่เรารู้คือ มันชอบที่เย็นๆ ยิ่งเย็นเท่าไหร่ ยิ่งอยู่นอกร่างกายได้นานขึ้น และเพิ่มโอกาสในการแพร่ระบาดได้มากขึ้น
และในขณะที่บ้านเราร้อนเหมือนขุมนรก จู่ๆมีฝนตกลงมาดับร้อน ถ้าอุณหภูมิลดลง ก็ไม่แน่ว่าอาจทำให้เชื้อไวรัสมันอยู่นอกร่างกายได้นานขึ้น
และในฤดูฝนของทุกๆปี จะมีการแพร่ระบาดของหลายโรค ที่ทำให้ รพ ล้นแทบทุกปี นั่นคือ ไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก ซึ่งในปีนี้ เราต้องป้องกันแม่งให้หมดทุกตัว เพราะถ้าเกิดคนติดเชื้อทั้งสองตัวนี้มาเยอะๆ จน รพ ล้น ในขณะที่เคส covid-19 ก็เยอะอยู่แล้ว พูดได้คำเดียวว่า ฉิบหายแน่นอน
ดังนั้น แม้ฝนกำลังจะมา ขอให้พ่อแม่พี่น้อง ตั้งการ์ดป้องกัน covid-19 ให้เต็มที่ และตั้งการ์ดป้องกันรวมไปถึงไข้หวัดใหญ่และไข้เลือดออกด้วย
ศาสตราจารย์นายแพทย์ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก yong poovorawan ระบุว่า มาตรการทั้งหมดจะต้องเข้มข้นขึ้น ก่อนเข้า "ฤดูฝน" ที่จะเป็นฤดูกาลของโรคทางเดินหายใจ ไม่เช่นนั้นเราจะยิ่งแยกยากระหว่างโรคโควิด-19 กับโรคทางเดินหายใจอื่น จะสร้างปัญหากับประเทศไทยเป็นอย่างมาก”
พล.ต.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) มงกุฎวัฒนะ และอดีตนายทหารยุทธการ กรมแพทย์ทหารบก ระบุความว่า
ศึกในฤดูฝน หรือสถานการณ์ตั้งแต่ มิ.ย.-ต.ค. ซึ่งเป็นฤดูกาลที่โรคติดเชื้อในทางเดินหายใจเฉียบพลัน[Acute Respiratory Tract Infection,ARI]
ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างชุกในช่วงนี้ และโควิด 19 ก็เป็นโรคที่มีอาการเหมือนโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจเฉียบพลันด้วย ดังนั้นโควิด-19 เพียงจำนวนน้อย หากแทรกซึมปะปนกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจเฉียบพลันแล้วก็จะเป็นการยากต่อการคัดกรองคัดแยกและอาจขยายผลการระบาดใหญ่และรุนแรง
โดยเฉพาะศึกในฤดูฝนของไทยที่มีผู้ป่วยโรคติดเชื้อในทางเดินหายใจเฉียบพลันทั้งเด็กและผู้ใหญ่เป็นจำนวนมากด้วยแล้วก็ยิ่งเป็นการยากลำบากในการปฏิบัติ จึงเป็นศึกใหญ่ของชาติที่น่าห่วงมากกว่าศึกแรกในฤดูร้อนนี้ ดังนั้นการที่รัฐบาลมีคำสั่งเลื่อนเปิดเทอมออกไปถึง ก.ค.จึงเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง
ทั้งนี้หลังจากศึกฤดูร้อนหากชนะได้ในสิ้น เม.ย.แล้ว …ศึกในฤดูฝนจะรุนแรงหรือไม่อยู่ที่การกลับมาระบาดของโควิด-19 อีกครั้ง…ผมไม่มีความรู้ว่าโควิด-19 ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่นี้ว่าจะชอบ ‘ฤดูฝนของเมืองร้อนอย่างบ้านเรา’ หรือไม่ ??? …แต่เพราะ มิ.ย.-ต.ค.ในสถานการณ์ปกติของทุกๆปี ทุก รพ.จะมีปัญหาเตียงเต็มจากฤดูกาลของโรคประจำถิ่นอยู่แล้ว
ดังนั้นหากโควิด 19 ชอบ ‘ฝนเมืองร้อน’ …สถานการณ์ผู้ป่วยจำนวนมากในศึกฤดูฝนจะน่ากลัวมากครับ…ผมไม่อยากให้ตื่นตระหนกกันนะครับแต่อยากแสดงความเห็นให้คนไทยอย่าได้ประมาทกันเท่านั้นครับ พลตรี เหรียญทอง แน่นหนา ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ
สิ่งที่ควรทำ
-สวมหน้ากากอนามัย
-ล้างมือบ่อยๆ
-กินอาหารปรุงสุกใหม่
สิ่งที่ไม่ควรทำ
-ห้ามนำมือมาจับหน้า ตา จมูก ปาก
-ห้ามใช้หน้ากากที่เปียก
-หลีกเลี่ยงการไปพื้นที่แออัด
ที่มา : Drama-addict , หมอแล็บแพนด้า , yong poovorawan , Thaigov , เหรียญทอง แน่นหนา , กรมควบคุมโรค