
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 9-7-60- ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาททยอยอ่อนค่าลงตลอดสัปดาห์ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวในทิศทางที่อ่อนค่าลง สวนทางกับเงินดอลลาร์ฯ ที่มีปัจจัยบวกจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ (อาทิ ดัชนี ISM ภาคการผลิต และภาคบริการ) ที่ออกมาดีกว่าที่คาด และการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะที่ นักลงทุนน่าจะทยอยเข้าซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ ก่อนการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ
นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงท้ายๆ สัปดาห์ ก็เป็นทิศทางที่สอดคล้องกับสถานะขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติด้วยเช่นกัน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (10-14 ก.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 34.00-34.20 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่สัญญาณเกี่ยวกับจังหวะการขึ้นดอกเบี้ยและการลดงบดุลจากถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟดท่านอื่นๆ ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ (ช่วงต้น) เดือนก.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรม และอัตราการใช้กำลังผลิตเดือนมิ.ย. และสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนพ.ค.
นอกจากนี้ ตลาดน่าจะรอติดตามข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีนด้วยเช่นกัน
ส่วนดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงตามแรงขายหุ้นกลุ่มพลังงานและธนาคาร โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,569.44 ลดลง 0.34% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงประมาณ 15.59% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 35,524.67 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 558.94 จุด ลดลง 1.20% จากสัปดาห์ก่อน
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (10-14 ก.ค.)
บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,555 และ 1,545 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,580 และ 1,590 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ สัญญาณดอกเบี้ยสหรัฐฯ จากถ้อยแถลงของประธานเฟดและเจ้าหน้าที่เฟด ขณะที่ ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (ช่วงต้น) เดือนก.ค. ยอดค้าปลีก ดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมิ.ย. รวมถึงข้อมูลเศรษฐกิจเดือนมิ.ย. ของจีน