
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
วันที่ 9 ก.ค. 60 -- เพียง 1 สัปดาห์ หลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป ผู้นำของประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน ก็สบโอกาสมาหารือกันถึงวิธีการเตรียมรับมือ ภายในงานประชุมสุดยอด G20 ซึ่งงานนี้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงขั้นกล่าวว่า ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อจัดการกับปัญหานี้
ระหว่างงานประชุมดังกล่าวที่เมืองฮัมบวร์ก เยอรมนีนั้น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายสี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีของจีน ได้ร่วมพูดคุยกันในระดับทวิภาคีถึง 1 ชั่วโมงครึ่ง และได้ทำข้อตกลงว่าจะทำงานร่วมกันเพื่อหยุดโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของ นายคิม จอง อึน ผู้นำเกาหลีเหนือให้ได้ หลังจากที่เกาหลีเหนือประกาศความสำเร็จในการทดลองขีปนาวุธระยะไกลชนิดข้ามทวีป ที่มีพิสัยการยิงไกลถึงรัฐอลาสกาของสหรัฐฯ
นายทรัมป์ กล่าวว่า ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ปัญหาการคุกคามจากเกาหลีเหนือ ด้านผู้นำจีนยืนยันว่า จีนยังคงยึดมั่นในข้อตกลงในการทำให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดนิวเคลียร์ และข้อสรุปของการแก้ปัญหาเกาหลีเหนือนั้น ควรจะมาจากการพูดคุยหารือร่วมกับนานาประเทศ
หลาย ๆ ชาติรวมถึงรัฐบาลของนายทรัมป์ มองว่า จีนจะเป็นกุญแจสำคัญเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาคาบสมุทรเกาหลี ในฐานะที่จีนเป็นพันธมิตรและคู่ค้าสำคัญของเกาหลีเหนือ ที่ผ่านมาจึงพยายามกดดันให้จีนออกมาช่วยหยุดโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์
ก่อนหน้าที่ผู้นำจีนเเละนายทรัมป์จะเจอกันในเมืองฮัมบวร์ก ผู้นำจีนเคยกล่าวไว้ว่า ทั้งสองประเทศยังคงมีประเด็นอ่อนไหวระหว่างกันอยู่หลายเรื่อง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องระบบป้องกันขีปนาวุธธาดที่สหรัฐฯ ส่งเข้าไปติดตั้งในเกาหลีใต้ สร้างความไม่พอใจให้จีน เพราะระยะทางการตรวจจับของธาดนั้น สามารถสอดส่องได้ไกลถึงในอาณาเขตของจีน
แม้ว่านายทรัมป์จะทวิตหลังการเจรจากับผู้นำจีนว่า ได้แลกเปลี่ยนเรื่องการค้าและเกาหลีเหนือร่วมกันเป็นอย่างดี แต่นักวิเคราะห์ว่า การฟื้นฟูความสัมพันธ์โดยรวมของทั้งสองประเทศดูจะไม่ค่อยคืบหน้าเท่าไหร่นัก
อย่างไรก็ตาม จีนและสหรัฐฯ ได้ส่งสัญญาณออกมาว่า จะเชื่อมโยงความสัมพันธ์ทางการทหารให้แน่นแฟ้นมากขึ้น โดยผู้นำจีนยื่นข้อเสนอให้กระทรวงกลาโหมของทั้งสองประเทศ ผลัดกันเยือนแลกเปลี่ยนกันโดยเร็วที่สุด และจีนจะเข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบแปซิฟิกซึ่งเป็นการซ้อมรบทางน้ำนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดของโลกในปีหน้าด้วย