
ติดตามข่าวสารได้ที่ https://www.springnews.co.th
"ไทม์ไลน์" 2 ปี 2 คดี จำนำข้าว"
-9-7-60-ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เตรียมพิพากษา คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) และคดีจำนำข้าว ซึ่งเกี่ยวข้องกับรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในเดือนส.ค. นี้ หลังศาลใช้เวลากว่า 2 ปี(ตั้งเเต่ปี2558)ในการพิจารณาคดี สอดรับกับโค้งสุดท้ายของรัฐบาลเเละคสช. ที่จะต้องจัดการเลือกตั้งตามโรดแม็ปในปี 2561
เหลือเพียง 1 นัด สำหรับการไต่สวนพยานฝ่ายอดีตนายกรัฐมนตรีและจำเลยในคดีจำนำข้าว ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ปล่อยให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว จากการพิจารณาคดียืดเยื้อกว่า 2 ปี นับจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรับฟ้องคดีในวันที่19 มี.ค. 2558 และเริ่มการไต่สวนนัดแรกในวันที่15 ม.ค. 2559 กระทั่งศาลกำหนดไต่สวนนัดสุดท้ายวันที่ 21 ก.ค. นี้ ซึ่งตามขั้นตอน คู่ความจะแถลงปิดคดีภายใน 7 วัน และมีคำพิพากษาจากนั้นอีก 7 วัน หรืออาจมีคำพิพากาษภายใน 14 วัน ในกรณีที่มีเหตุผลอันสมควร แต่รวมแล้วไม่เกิน 1 เดือน ( เดือน ส.ค. หรือ ก.ย.2560 )
ล่าสุด น.ส. ยิ่งลักษณ์ ได้ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ ขอให้ยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าการพิจารณาคดีขัดกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ เนื่องจากการพิจารณาคดีจำนำข้าว ใช้วิธีพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ ฉบับเดิม
และยังมีการเพิ่มหลักฐานใหม่ในสำนวน นอกเหนือจากหลักฐานในชั้น ป.ป.ช. และอัยการ ซึ่งศาลฎีกาแผนกคดีอาญาฯ จะมีคำสั่งในกรณีดังกล่าว วันที่ 21 ก.ค. หรือวันไต่สวนนัดสุดท้ายที่จะถึงนี้
ส่วนความคืบหน้าการเรียกค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าวตามพ.ร.บ.รับผิดทางละเมิด จำนวน 3 .5หมื่นล้านบาท กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการตรวจสอบแหล่งทรัพย์สิน ก่อนส่งเรื่องให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์
ขณะที่คดีระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ ( จีทูจี)ที่นายบุญทรง และพวกรวม 28 คน ตกเป็นจำเลย ศาลนัดฟังคำพิพากษา วันที่ 25 ส.ค. หลังการไต่สวนนัดสุดท้ายแล้วเสร็จ เมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยศาลรับฟังคดีตั้งแต่วันที่20 เม.ย. 2558 เเละเริ่มไต่สวนคดีนัดเเรกเมื่อวันที่2มี.ค.2559จนถึงขณะนี้ ใช้เวลาพิจารณาคดีกว่า 2 ปี
ส่วนการเรียกค่าเสียหายจากการขายข้าวแบบจีทูจี ของนายบุญทรง 1.7 หมื่นล้านบาทนั้น กระทรวงพาณิชย์ ได้ส่งหนังสือแจ้งแหล่งทรัพย์สินให้กรมบังคับคดียึดทรัพย์แล้ว ซึ่งนายบุญทรงอยู่ระหว่างการขอทุเลาคำสั่งยึดทรัพย์ จากศาลปกครองสูงสุด
ด้านการดำเนินคดีทางการเมืองนั้นที่ประชุมสนช. มีมติ190ต่อ18เสียง ถอดถอนน.ส. ยิ่งลักษณ์ออกจากตำเเหน่งเมื่อ วันที่ 23 ม.ค. 2558 โดยหลังการลงมติดังกล่าวน.ส.ยิ่งลักษณ์โพสต์ในเฟซบุ๊คใจความตอนหนึ่งว่า
".....ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของดิฉัน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลา 2 ปี 9 เดือน 2 วัน นั้น ดิฉันตั้งใจทำงานด้วยความทุ่มเท ที่จะแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม อย่างไม่เลือกปฎิบัติ และดิฉันภูมิใจ ที่ช่วงหนึ่งในชีวิต ได้ทำให้พี่น้องชาวนา และคนยากจน ได้ลืมตา อ้าปาก และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
แม้ในวันนี้ดิฉันไม่มีตำแหน่งอะไรเหลืออยู่แล้ว ยังคงเหลือแต่คดีความที่ถูกยัดเยียดไว้ให้ ที่ต้องไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป
คำว่าความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต้องไม่ใช่การไล่ล่าคนใดคนหนึ่ง แต่หมายถึงความเป็นกลาง ที่ต้องอำนวยความยุติธรรมให้กับทุกฝ่าย เมื่อความเป็นธรรมเกิด ความยุติธรรมก็จะตามมา การยอมรับ ความสงบ ความสามัคคีก็จะมีขึ้นในสังคมไทย"
และจากนั้นสนช.มีมติถอดถอนนายบุญทรงเมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2558 ส่งผลให้ทั้งคู่ถูกเว้นวรรคทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
ฉะนั้นเดือน ส.ค. นี้ จึงเป็นวาระสำคัญที่ต้องจับตาทางการเมืองครั้งสำคัยของประเทศ เมื่อ 2 คดีใหญ่ที่เกี่ยวโยงกับรัฐบาลน.ส. ยิ่งลักษณ์ จะก้าวเข้าสู่บทสรุปนับตั้งแต่การเข้ามาของรัฐบาลเเละคสช. และการพิจารณาคดีนานกว่า 2 ปี