
ผลสำรวจซูเปอร์โพล ประชาชน 59.9 % สนับสนุน บุ๋ม ปนัดดา เป็น ส.ส. รองลงมา 28.8 % ให้เป็นคนคอยอบรม ส.ส.หญิงให้เป็น ส.ส.น้ำดี
บุ๋ม ปนัดดา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPERPOLL) เสนอ ผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง เสียงประชาชน ต่อ บุ๋ม ปนัดดา
กรณีศึกษำตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพ ทั่วประเทศ โดยดำเนินการเก็บข้อมูลแบบผสมผสาน (Mixed Method) ทั้งการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ การลงพื้นที่และกำรเก็บข้อมูลในโลกโซเชียล ทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research)
และการวิจัย เชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ในการสำรวจข้อมูล วิเคราะห์ และประมวลผล จำนวน1,479 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 3- 6 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา
เมื่อถามถึง ความพอใจต่อผลงานของ บุ๋ม ปนัดดา ที่ทำประโยชน์เพื่อสังคม ที่พอใจค่อนข้างมากถึงมากที่สุด พบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 95.9 ระบุการรณรงค์ความปลอดภัยให้เด็กและสตรี
รองลงมาคือ ร้อยละ 94.1 ระบุ รณรงค์คดีข่มขืนให้ประหารชีวิต ร้อยละ 93.5 ระบุ ร่วมเป็นจิตอาสาทำดีด้วยหัวใจ ร้อยละ 88.8 ระบุ จัดตั้งองค์กรทำดี ร่วมกับคนบันเทิง และร้อยละ 85.3 ระบุ ทูตวัฒนธรรมและท่องเที่ยว ตามลำดับ
ที่น่าพิจารณาคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 88.0 ระบุความพอใจต่อ ส.ส.หญิงที่ทำประโยชน์ให้กับสังคมว่า ยังไม่มี ในขณะที่ร้อยละ 12.0 ระบุว่า มี
ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 98.4 ระบุ ความใสซื่อเป็นผู้หญิงน้ำดี ทำประโยชน์เพื่อสังคมของ บุ๋ม ปนัดดา ในขณะที่ร้อยละ 1.6 ระบุไม่ใช่
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่ หรือร้อยละ 59.9 อยากสนับสนุนให้ บุ๋ม ปนัดดา เป็น ส.ส. และรองๆ ลงไปคือ เป็นคนคอยอบรม ส.ส.หญิงให้เป็น ส.ส.น้ำดี ร้อยละ 28.8
เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายสังคม ร้อยละ 17.3 เป็นรัฐมนตรีร้อยละ 14.9 และ ป็นนายกรัฐมนตรีหญิง ร้อยละ 7.2
ที่น่าพิจารณาอย่างยิ่งคือ จุดยืนการเมืองของประชาชนคนออนไลน์ พบว่า กลุ่มคนเคยเลือกพรรคการเมืองในช่วงเลือกตั้งครั้งล่าสุด ที่เลือกพรรคพลังประชารัฐ เหลือสนับสนุนรัฐบาลเกินครึ่งเล็กน้อย คือ เหลืออยู่ร้อยละ 54.9 และไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 25.5 เป็นพลังเงียบร้อยละ 19.6
ส่วนคนเคยเลือกพรรคอื่นๆ เช่น พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา เหลือสนับสนุนรัฐบาลอยู่ร้อยละ 4.7 แต่ไปอยู่กลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาลร้อยละ 58.7 พลังเงียบร้อยละ 36.6
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า กรณีของ ดร.บุ๋ม ปนัดดา ถ้าลงเลือกตั้งน่าจะได้รับเลือกเป็น ส.ส. ถ้าขึ้นเป็นผู้สมัครบัญชีรายชื่อในอันดับแรก แต่ถ้าจะให้พรรคนั้นชนะจัดตั้งรัฐบาลได้ น่าจะอยู่ในอันดับที่ 9
ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองเวลานี้ส่งผลทำให้คนในโลกออนไลน์มีจุดยืนทางการเมืองที่น่าจะ “หนาวและหวาดเสียว”
เพราะคนเคยเลือกพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐ กระจายตัวออกไปอยู่ในกลุ่มไม่สนับสนุนรัฐบาล และพลังเงียบ
ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองว่าจะปล่อยไว้แบบนี้ จะรอให้สถานการณ์สุกงอมเหมือนที่เคยปล่อยๆ กันมา
แต่ครั้งนี้ถ้าไม่ใช้นวัตกรรมทางการเมืองและคนใหม่เข้ามากอบกู้สถานการณ์ คงจะยากที่จะผ่านพ้นอารมณ์ของประชาชนที่เคลือบแคลงสงสัย และกำลังขุ่นมัวกับความชอบธรรมของรัฐบาล