
ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค แจงกรณีเจ้าของร้านขายของ จังหวัดแพร่อ้างถูกตำรวจในสังกัด เรียกรับเงินเดือนละ 1 พันบาท ยันไม่เป็นความจริง เตรียมดำเนินการกับผู้กล่าวหา
พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(บก.ปคบ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าของร้านทุกอย่าง 20 บาท ใน จังหวัดแพร่ ร้องเรียนผ่านสื่อว่าถูก ตำรวจยศ ร้อยตำรวจเอก ในสังกัด รีดไถ่เงินเป็นเดือนละ 1,000 บาท หลังตรวจพบสินค้าเป็นของเล่นเด็กไม่ได้มาตรฐาน มอก. เมื่อไม่ส่งเงินให้จึงถูกแจ้งข้อหาในความผิดตาม พ.ร.บ.มาตรฐานอุตสาหกรรม ปี 2511
ทั้งนี้การจับกุมในวันดังกล่าว ชุดสืบสวนกองกำกับการ 3 ได้รับแจ้งเบาะแสว่าร้านค้าดังกล่าวขายสินค้าประเภทของเล่นเด็กไม่ผ่านมาตรฐานสินค้า มอก. จึงเข้าจับกุมตามขั้นตอนของกฎหมาย แต่จากคลิปวิดีโอที่ปรากฎในโลกโซเชียล พบว่าผู้ถูกจับพยายามเสนอเงินแลกกับการไม่ดำเนินคดี ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมก็ปฏิเสธไม่รับ
ทางร้านค้าก็ยอมรับสารภาพในชั้นสอบสวนว่าขายสิ้นค้าไม่ได้มาตรฐานจริง นอกจากนั้นชุดจับกุมก็ยังได้เข้าจับกุมสิ้นค้าไม่ได้มาตรการใน จังหวัดแพร่ เช่นเดียวกันอีก 2 ร้าน ไม่ได้เจาะจงเฉพาะร้านใดร้านหนึ่ง
พลตำรวจตรี ณัฐศักดิ์ กล่าวต่อว่า ตลอดช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้สั่งกำชับให้ บก.ปคบ. สืบสวนจับกุมสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ทั้งประเภทหน้ากากอนามัย เจลล้างมือ ของเล่นเด็กเนื่องจากจะเกิดอันตรายต่อตัวเด็กได้ รวมถึงจับกุมผู้ที่นำกระทะหรือหม้อชาบูไม่ได้มาตรฐานมาขายเช่นเดียวกัน แต่หากมีเจ้าหน้าที่กระทำผิดวินัยจริง ก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน
ในเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. ไปเรียกรับผลประโยชน์แต่อย่างใด ส่วนที่ผู้ถูกจับกุมที่ไปร้องสื่อ โดยให้ข้อมูลว่าทางตำรวจ บก.ปคบ. ไปเรียกรับผลประโยชน์นั้น ตอนนี้อยู่ระหว่างปรึกษาฝ่ายกฎหมายเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป