
ผู้กำกับการตำรวจนครบาลมีนบุรี สั่งฝ่ายสืบสวนเร่งจับตัว ผู้ต้องหา"ช่างอู่ซ่อมรถ" ขับรถยนต์วอลโว่ชนจักรยานยนต์เป็นเหตุให้สาววัย 21 ปี ที่กำลังตั้งท้องเสียชีวิต ก่อนจะหลบหนีไป ล่าสุดญาติผู้ต้องหาเผยเตรียมมอบตัว
จากกรณีตำรวจนครบาลมีนบุรีออกหมายจับ นายกาวิน สาธร อายุ 48 ปี ช่างอู่ซ่อมรถที่ขับรถเก๋งวอลโว่พุ่งชนจักรยานยนต์ ก่อนถึงปากซอยสุวินทวงศ์ 28 เมื่อคืนวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้น เป็นเหตุให้สาวท้องวัย 21 ปี
ที่กำลังตั้งครรภ์ 5 เดือน เสียชีวิตพร้อมลูกในครรภ์ ขณะที่สามีบาดเจ็บเล็กน้อย โดยฝ่ายรถเก๋งวอลโว่ไม่ให้การช่วยเหลือแต่อย่างใด อีกทั้งยังขับรถหลบหนีไปในทันที
ล่าสุดวันนี้(24 มิ.ย. 2563) พันตำรวจเอก คมกฤษณ์ คำบุศย์ ผู้กำกับการตำรวจนครบาลมีนบุรี ได้เรียกชุดสืบสวนคลี่คลายคดีดังกล่าว ประชุมเพื่อวางแนวทางการสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ หลังศาลอาญามีนบุรี อนุมัติออกหมายจับ นายกาวินในฐานความผิด "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนผู้อื่นถึงแก่ความตายและทรัพย์สินเสียหายและหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและไม่แสดงตัวแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ใกล้เคียงทันที ตามมาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ต้องระวางโทษจาคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท , ชนแล้วหนีทำให้ผู้ถูกชนเสียชีวิตมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับตั้งแต่ 5,000-20,000 บาท"
พันตำรวจเอกคมกฤษณ์ เปิดเผยว่า หลังรับเรื่องร้องทุกข์ ทางตำรวจฝ่ายสืบสวนนครบาลมีนบุรี ได้เร่งลงพื้นที่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดจนทราบว่าผู้ก่อเหตุอาศัยอยู่ย่านสวนสยาม จึงนำกำลังไปที่บ้านพักพบเพียงภรรยาและลูก จากการสอบถามทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปแล้ว เมื่อคืนที่ผ่านมาเจ้าตัวได้ติดต่อกับทางภรรยาเพื่อขอมอบตัวกับตำรวจ แต่อย่างไรก็ตามทางตำรวจก็ต้องเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ ซึ่งเชื่อว่ายังอยู่ในกรุงเทพ แต่น่าจะมีคนช่วยเหลือ
จึงอยากฝากประชาสัมพันธ์ไปถึงผู้ที่ให้การช่วยเหลือ หรือที่พักพิงเพื่อใช้ในการหลบหนีซ่อนตัว ถือว่ามีความผิดตามกฎหมายมาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้นหรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ