
พ่อค้ารับซื้อขี้ยางพารา ฆ่ายกครัว3ศพ ยิงเมีย-ลูกวัย 12 ปี ก่อนจ่อยิงหัวตัวเองตายตาม หลานสุดช็อก เผยนาทียิง
มื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 28 มิ.ย. 63 ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ รับแจ้งเหตุคนถูกยิงเสียชีวิต 3 ราย ภายในบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุอยู่ติดถนน เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ข้างบ้านเปิดเป็นโรงรับซื้อเศษยางพารา พบชาวบ้านยืนมุงดูจำนวนมาก ภายห้องโถงกลางบ้าน ด้านหน้าโทรทัศน์พบศพชาย อายุ 55 ปี เจ้าของบ้าน สภาพไม่สวมเสื้อ นุ่งโสร่งลายสีฟ้านอนตะแคงซ้ายจมกองเลือด มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืน ที่ขมับขวา 1 นัด กระสุนทะลุขมับซ้าย ที่มือขวากำปืน ลูกโม่ขนาด .38 มม. 1 กระบอก คาดเป็นปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
ใกล้กันพบศพหญิง อายุ 41 ปี ภรรยาเจ้าของบ้าน สภาพสวมเสื้อแขนสั้นสีครีม นุ่งผ้าถุงกระโจมอก นอนตะแคงขวาจมกองเลือด ถูกยิงที่ลำคอ ทะลุท้ายทอย 1 นัด และที่แขนขวา 1 นัด นอกจากนี้ ภายในห้องนอนยังพบศพเด็กชายวัย 12 ปี ลูกชายของเจ้าของบ้าน สภาพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น นุ่งกางเกงขาสั้นลายดอก สภาพถูกยิงด้วยอาวุธปืนที่ศีรษะ 1 นัด แขนซ้ายและขวาข้างละ 1 นัด
จากการสอบสวน ด.ช.เอ (นามสมมติ) วัย 10 ขวบ หลานของผู้ตาย กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนกำลังกินข้าวอยู่ภายในห้อง ส่วนเจ้าของบ้าน ซึ่งเป็นตา นั่งอยู่หน้าโทรทัศน์กับภรรยา และลูกชายวัย 12 ปี จากนั้น ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด จึงออกมาดูก็พบว่าภรรยาตา ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว
"จากนั้น ตาสั่งให้ไปเก็บจานข้าว แล้วให้เข้าไปอยู่ในห้อง ก่อนจะเห็นตาเอาปืนไปจ่อหัวลูกชาย แต่ลูกชายพยายามเอามือปัด ตาจึงเอาปืนจ่อยิงศีรษะจนเสียชีวิต ตนจึงวิ่งหนีออกจากบ้านทันที ก่อนได้ยินเสียงปืนดังอีก 1 นัด
ด้านตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนหาสาเหตุการสังหารหมู่ในครั้งนี้ เบื้องต้นคาดว่าเจ้าของบ้าน อาจจะมีความเครียดจากปัญหาบางอย่าง จึงได้ลงมือก่อเหตุ และจากการสอบถามญาติทราบว่านายจรูญต้องกินยาระงับประสาทด้วย
ขณะที่ ญาติใกล้ชิดผู้ตาย ให้ข้อมูลว่า ผู้ตายเป็นคนมีฐานะ อาชีพทำสวนยางสวนปาล์มหลายไร่ และรับซื้อเศษยางพาราด้วย หลังจากภรรยาเก่าเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งได้ประมาณ 1 ปี เจ้าของบ้านก็มีภรรยาใหม่ และได้อยู่กินกันมาประมาณ 4-5 เดือน
ส่วนสาเหตุอื่น ไม่เคยทราบว่าเจ้าตัวจะมีปัญหาเครียดเรื่องอะไรหรือไม่ เพราะไม่เคยพูดปัญหาให้ฟังแม้แต่ช่วงเย็นก่อนจะเกิดเหตุ ผู้ตายยังไปหาตนที่บ้านใกล้ ๆ กัน ก็ยังพูดคุยกันตามปกติ ผู้ตายไม่ได้มีอาการเครียดใด ๆ ให้เห็น
ตำรวจตรวจสอบภายในบ้าน พบว่าภายในบ้านมีกล้องวงจรปิดติดตั้งอยู่ และไฟของกล้องก็ยังทำงาน แต่เมื่อลองเปิดกล้องย้อนหลังกลับไปดู กลับไม่พบภาพในช่วงนาทีเกิดเหตุบันทึกไว้ แต่กลับมีภาพบันทึกช่วงที่ทั้งคู่นอนเป็นศพแล้ว ทำให้เจ้าหน้าที่พากันแปลกใจ จึงนำเอากล่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิด กลับไปตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อต้องการดูเหตุการณ์ในช่วงนาทีเกิดเหตุ นอกจากนี้จะเชิญญาติ และนำตัว ด.ช.เอ หลานชายผู้ตายไปสอบสวนอีกครั้งเพื่อคลี่คลายวินาทีสังหารโหด 3 ศพ ในครั้งนี้ต่อไป