
ไฮเออร์ ประกาศความสำเร็จยอดขายครึ่งปีแรก 2563 เติบโต 31 เปอร์เซ็นต์ พร้อมชูกลยุทธ์ครึ่งปีหลัง รุกตลาดตั้งเป้าผู้นำเครื่องใช้ไฟฟ้าสมาร์ทโฮม
ไฮเออร์ หรือ Haier ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าระดับโลก และเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านอันดับ 1 ของโลกติดต่อกันเป็นเวลา 11 ปี ระบุยอดขายครึ่งปีแรก 2563 เติบโตสวนกระแส ประสบความสำเร็จเป็นไปตามเป้าถึง 31 เปอร์เซ็นต์
ไฮเออร์เตรียมรุกตลาดสมาร์ทโฮมในปี 2563 นำทัพด้วยเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น และเครื่องซักผ้า พร้อมชูกลยุทธ์แคมเปญใหม่ Haier เย็นดีแค่ 4 บาท เพื่อตอบสนองกับความต้องการของตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มาพร้อมกับวิกฤต COVID-19 คาดตัวเลขยอดขายของครึ่งปีหลังจะโตตามเป้ากว่า 34 เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ 2,630 ล้านบาท
การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้สร้างความท้าทายให้กับไฮเออร์เป็นอย่างมาก ที่นอกจากจะต้องปรับตัวให้ทันกับสถานการณ์แล้ว ยังต้องวางแผนล่วงหน้าเพื่อรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ล่วงหน้า แต่นี่คือสิ่งที่กลายเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในยุค New Normal หรือโลกแห่งวิถีชีวิตปัจจุบัน
จาง เจิ้งฮุ้ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ อีเลคทริคอล แอพพลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวในงาน Haier Press Conference 2020 ว่า ไฮเออร์ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในปี 2563 นี้ โดยคาดการณ์รายได้รวมทุกหมวดผลิตภัณฑ์ประมาณ 6,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 38 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน 2,940 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 เปอร์เซ็นต์ ตู้เย็น 1,160 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์ เครื่องซักผ้า 835 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 เปอร์เซ็นต์ ตู้แช่ 590 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41 เปอร์เซ็นต์ เครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ 365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45 เปอร์เซ็นต์ และผลิตภัณฑ์ประเภทอื่นๆ 322 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 65 เปอร์เซ็นต์ และได้เตรียมรุกตลาดในช่วงครึ่งปีหลังอย่างแข็งแกร่ง พร้อมตั้งเป้ายอดขายปีนี้เติบโตเพิ่มขึ้น 38 เปอร์เซ็นต์
"ถึงแม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค แต่ไฮเออร์ยังมียอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ เครื่องปรับอากาศและตู้เย็น ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายรวมปีนี้ 6,205 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 38 จากปี 2563" จาง เจิ้งฮุ้ย กล่าว
กลยุทธ์การตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง 2563 ไฮเออร์ยังเตรียมแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยชูจุดเด่นด้านคุณภาพสินค้า ดีไซน์ที่สวยงาม นวัตกรรมล้ำสมัย และฟังก์ชันที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค รวมถึงมีผลิตภัณฑ์ Haier Smart Home เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ อีกทั้งจะทุ่มงบการตลาด 170 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้และส่งเสริมการขายทั้งช่องทางออนไลน์และออฟไลน์ ขยายช่องทางการตลาด เจาะกลุ่มธุรกิจ B2B ปรับภาพลักษณ์ร้านตัวแทนจำหน่าย และพัฒนาบริการทั้งก่อนและหลังการขายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องปรับอากาศ ไฮเออร์ ได้มองถึงโอกาสทางการตลาด เปิดตัวแคมเปญรูปแบบใหม่ Smart Sharing AC "เย็นดีแค่ 4 บาท" ที่ให้ทุกคนสามารถติดแอร์ที่บ้านได้ โดยคิดค่าใช้จ่ายเป็นชั่วโมงที่ใช้ ที่ 4 บาท/ต่อชั่วโมง มาพร้อมบริการและอุปกรณ์ติดตั้งฟรี มีบริการหลังการขาย รวมถึงเมื่อใช้ครบ 5,200 ชั่วโมง ภายในระยะเวลาสัญญา 3 ปี รับเครื่องปรับอากาศฟรี
นอกจากนี้ ไฮเออร์ได้ดึงเอานวัตกรรมเข้ามาใช้กับหลายผลิตภัณฑ์ และชูจุดขายเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ใช้
จาง เจิ้งฮุ้ย กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้านการตลาดในครึ่งปีหลังนี้ ไฮเอร์ยังคงเน้นทำการตลาดแบบครบวงจร ทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ เพิ่มโฆษณาทางโทรทัศน์ให้กับผลิตภัณฑ์ตู้เย็น และยังคงใช้แบรนด์แอมบาสเดอร์ในการสร้างการรับรู้ผลิตภัณฑ์เช่นเดิม พร้อมทั้งเสริมกลยุทธ์ผลักดันภาพลักษณ์แบรนด์ด้วย Haier Brand Shop ซึ่งปัจจุบันเรามีร้านไฮเออร์แบรนด์ช็อปที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ในกรุงเทพฯ แล้ว โดยจะทำการขยายช่องทางการขายต่อไปอย่างต่อเนื่อง รวมถึงช่องทางธุรกิจ B2B และปรับภาพลักษณ์ร้านตัวแทนจำหน่ายไฮเออร์ รุกช่องทางการตลาดใหม่ๆ ที่จะช่วยผลักดันธุรกิจของไฮเออร์ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง